วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

สร.กฟภ.ได้จัดทำครัวสหภาพฯ กฟภ.เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชินี ตลอดทั้งเดือนเพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพฯ

คณะกรรมการบริหาร สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำโดย นายกิตติชัย ใสสะอาด ประธาน สหภาพฯกฟภ,นายพรพิรุณ หวลคนึง เลขาธิการ, นายธนนริทร์ สัจจขจรกิตติ์ รองประธานสหภาพฯกฟภ.และกรรมการบริหารสหภาพฯกฟภ.ได้ร่วมกันจัดทำอาหารปรุงสุก เพื่อมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประสบภัยโควิท-19 โดยจัดทำผัดหมี่โคราช ผัดหมี่ไชยา ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ,โรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลธัญญลักษณ์ รังสิต ทุกวันศุกร์,เสาร์และอาทิตย์ ของเดือน มิถุนายน 2564    จำนวน วันละ 700 กล่อง เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระราชินี
วันเสาร์ที่​ 19​ มิถุนายน​ 2564​ เวลา​ 9.30น.ตามที่ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) โดยมีการระบาดระลอกใหม่กรณีเชื้อกลายพันธุ์อังกฤษ และอินเดีย ส่งผลทำให้กาแพร่ระบาดรวดเร็วขึ้นเป็นบริเวณกว้างทุกพื้นที่จนมีผู้ได้รับเชื้อเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลจึงได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้น เพื่อรักษาผู้ป่วย ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างที่ทราบกันแล้วนั้นสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (สร.กฟภ.) รู้สึกกังวล และให้ทุกคนตระหนักกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้โดยมี บุคลากรทีมครัวสหภาพฯกฟภ.​ นายกิตติชัย ใสสะอาด ประธาน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายธนนรินทร์ สัจจขรกิตต์​ หัวหน้าทีมครัวสหภาพฯกฟภ.รองประธานสหภาพฯกฟภ. นายณรงค์ศักดิ์ พลจร การเงินและเลขานุการทีมครัวสหภาพฯกฟภ.​ จึงได้อาสาเป็นตัวแทนพี่น้องชาว กฟภ. ในการเชิญชวนผู้บริหาร,พนักงาน,ลูกจ้าง กฟภ. และ​ สมาชิก สร.กฟภ.ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อเป็นการแสดงน้ำใจ ให้กำลังใจและช่วยเหลือสมทบทุนจัดทำอาหารปรุงสุก สด สะอาด ใส่ใจ สนับสนุนโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์รังสิต,โรงพยาบาลจุฬาภรณ์โรงพยาบาลศรีธัญญา และ​ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ อีกทั้งยังจัดทำอาหารกล่องดังกล่าวให้กับพนักงาน กฟภ.,ลูกจ้าง กฟภ,คนงานที่ปฏิบัติงานใน กฟภ. และชุมชนที่เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบ โดยได้จัดทำในทุกวัน ศุกร์,เสาร์ และอาทิตย์ ของเดือน พฤษภาคม และ มิถุนายน ๒๕๖๔ โดยใช้งบประมาณวันละ ๒๐,๐๐๐.-บาท (๕๐๐-๖๐๐ กล่อง/วัน) ทั้งนี้โดยเฉพาะ วันที่ ๓ มิถุนายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินี สร.กฟภ.จึงได้จัดทำครัวสหภาพฯ กฟภ.เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชินี ตลอดทั้งเดือนเพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพฯ ดังกล่าว

ตามเรื่องเดิมดังกล่าว จะเห็นได้ว่าปัจจุบันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา  ยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ในหลายคลัสเตอร์ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้น  สร.กฟภ.จึงมีแผนการที่จะดำเนินการจัดทำอาหารกล่องโดยมีก๊วยเตี๋ยวผัดเส้นจันทร์​ และ​ พัดหมี่โคราชให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และ​ ผู้ที่เดือดร้อนได้รับผลกระทบฯ ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม เป็นต้นไปจนกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลาย










ด่วน! ชาวบ้านวัดจันทร์ใน กทม. รวมตัวประมาณ 100 คน คัดค้านคำสั่ง เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร แต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดจันทร์ในรูปใหม่ ชี้คุณสมบัติไม่เหมาะสมมาปกครองวัดจันทร์ใน และขอให้ตรวจสอบพระ2รูปที่ทุจริต เงินงานศพกว่าล้านบาท

วันนี้ (19 มิ.ย.64) เวลา 13.00 น. ที่วัดหัวลำโพง มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 100 คนรวมตัวกันประท้วงอยู่ภายในวัดหัวลำโพง กทม. เพื่อคัดค้านกรณีที่ พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง จะมีคำสั่งแต่งตั้ง พระมหาวีรวงศ์ วีรว์โส  เป็นเจ้าอาวาสวัดจันทร์ในเมื่อผู้สื่อข่าวไปถึง ปรากฏว่ากลุ่มชาวบ้านประมาณ 100 คนได้รวมตัวกันเดินทางไปยื่นหนังสือกับ พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง   จึงได้ติดตามไปตรวจสอบ พบว่า พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง กำลังประชุมกับคณะสงฆ์อยู่ ก่อนที่จะอนุญาตให้ตัวแทนชาวบ้านเข้าไปพบและยื่นหนังสือกับ พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร  จนกระทั่งหลังตัวแทน"ชาวบ้านวัดจันทร์ใน" แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.  เข้าพบแล้วยื่นหนังสือต่อ พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร แล้วก็กลับออกมาเพื่อจะเดินทางไปยื่นหนังสือกับทาง  พระครูศรีวรานุกิจ เจ้าอาวาสวัดราชสิงขร  เจ้าคณะ​เขตบางคอแหลม และเจ้าคณะแขวง ต่อไปทั้งนี้ชาวบ้านวัดจันทร์ในยังได้เข้ายื่นหนังสือต่อพระครูสมุห์​วิจิตร อมโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดจันทร์​ใน​เพื่อเรียกร้องให้ทำการตรวจสอบกรณีที่พระในวัด 2 รูปอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเกี่ยวกับเงินฌาปนกิจ(งานศพ)​ และยังไม่ได้นำเงินมาคืนหรือรับการลงโทษใดๆจากทางคณะสงฆ์​ ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับการแต่งตั้งพระมหาวีร​วงศ์​เป็นเจ้าอาวาสวัดในครั้งนี้ภายหลังจากที่  พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ได้รับหนังสือคัดค้านจาก "ชาวบ้านวัด​จันทร์ใน" พระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ก็ได้บอกกล่าวกับทาง "ชาวบ้านวัดจันทร์ใน" ที่ได้มายื่นหนังสือคัดค้าน ถึงขั้นตอนในการพิจารณาแต่งตั้งว่าในขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งแต่อย่างใด และอยู่ในช่วงระหว่างชุมนุมสงฆ์เพื่อพิจารณาจากคณะมหาเถระสมาคม และคณะสงฆ์ตามลำดับ ถึงคุณสมบัติและความเหมาะสม ของพระมหาวีรวงศ์ วีรว์โส ที่จะเข้ามาดำรงค์ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าอาวาสวัดจันทร์ใน ทั้งนี้ในการรับหนังสือในวันนี้ทาง พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง จะได้นำเอกสารและหลักฐานต่างๆไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเป็นข้อมูลในการหารือต่อคณะกรรมการเถระสมาคมพิจารณาถึงการแต่งตั้งพระรูปหนึ่งรูปใดที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมและไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเจ้าอาวาสวัดจันทร์ใน ต่อไป





วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564

อยุธยาถือเป็นเมืองลำดับ 5 ที่คู่มือ ‘มิชลินไกด์’ ประเทศไทย ฉบับล่าสุด

15 มิถุนายน 2564 คู่มือ ‘มิชลินไกด์” ฉบับที่ 5 ของไทยเลือก ‘อยุธยา’ เป็นหมุดหมายใหม่ในการคัดสรรร้านอาหารติดดาวเผยอัตลักษณ์โดดเด่นด้านอาหารและวัฒนธรรมประกอบกับมนต์เสน่ห์ที่หลอมรวมความเก่าและใหม่ไว้อย่างลงตัวเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักชิมและนักท่องเที่ยวคู่ มื อ ‘มิชลินไกด์’ ฉบับปี 2565 ซึ่งเป็นฉบับที่ 5 ของไทย รุกขยายขอบเขตการคัดสรรแนะนำร้านอาหารเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือ ‘อยุธยา’...เมืองแห่งประวัติศาสตร์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็น “เมืองมรดกโลก” โดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี 2534 ทั้งนี้ อยุธยาถือเป็นเมืองลำดับ 5 ที่คู่มือ ‘มิชลินไกด์’ ประเทศไทย ฉบับล่าสุด เลือกเข้าไปดำเนินการสำรวจคัดเลือกและจัดอันดับร้านอาหาร โดยคู่มือฉบับดังกล่าวซึ่งมีกำหนดตีพิมพ์เผยแพร่ปลายปีนี้ในชื่อ ‘มิชลินไกด์กรุงเทพมหานครพระนครศรีอยธุยา  เชียงใหม่  ภูเก็ต  และพังงา 2565’ (The MICHELIN Guide Bangkok, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2022) จะชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่นและมีลักษณะเฉพาะตัวของอยุธยาในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารสำหรับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์ที่เกิดจากการหลอมรวมกลิ่นอายแห่งอดีตเข้ากับความทันสมัยของโลกยุคใหม่อย่างลงตัว หรือการมีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบสำหรับรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า อยุธยาเป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามด้านวัฒนธรรมอาหารไทย  การที่เมืองซึ่งเต็มไปด้วยมนต์ขลังและร่องรอยทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางการทูตและการค้าระดับโลก ทำให้ได้รับอิทธิพลจากหลายชาติ อาทิ โปรตุเกส ญี่ปุ่น อินเดีย เปอร์เซีย ฯลฯ ซึ่งมีบทบาทต่ออาหารไทยในท้องถิ่น นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ 3 สาย ยังส่งผลให้อยุธยาเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งปลาน้ำจืด กุ้งแม่น้ำ ตลอดจนผักและผลไม้สดมากมาย“เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวปลายปีนี้ จะได้มีโอกาสแนะนำอยุธยาในฐานะเมืองที่บรรยากาศธุรกิจร้านอาหารมีความโดดเด่นเฉพาะตัวบนพื้นฐานของการผสานความเก่าและใหม่เข้าด้วยกันได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีทั้งร้านอาหารเก่าแก่สุดคลาสสิก , ร้านอาหารใหม่ ๆ ในอาคารเก่าที่ผ่านการดัดแปลงปรับปรุงอย่างเก๋ไก๋หรือในอาคารใหม่ที่ออกแบบให้มีรูปลักษณ์ทันสมัย , ร้านกาแฟและคาเฟ่ที่มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายภาพหลากหลายมุม ไปจนถึงร้านเด็ดในตลาดบกและตลาดน้ำพื้นบ้าน ทางเลือกด้านอาหารที่หลากหลายเหล่านี้ ประกอบกับภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยาวนาน คือเสน่ห์ที่แตกต่างซึ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกลับมาเยือนอยุธยาอยู่เสมอ” มร.ปูลเล็นเนค กล่าวในอดีตเมื่อครั้งที่อยุธยายังเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ซึ่งเวลานั้นเป็นที่รู้จักในนาม “สยาม” ชาวต่างชาติหลากหลายเชื้อชาติได้เข้ามาตั้งรกรากในอยุธยาและมีอิทธิพลต่อวิวัฒนาการอาหารไทยซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้กะทิและเครื่องเทศในแกง [อิทธิพลจากอินเดียและเปอร์เซีย] ต่อยอดพัฒนาเป็นแกงไทยจานเด่น อาทิ แกงมัสมั่น , การใช้ไข่และไข่แดงในการทำขนมไทย [อิทธิพลจากโปรตุเกส] อาทิ ทองหยิบ และทองหยอด

ในวันนี้ อยุธยาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง ด้านการท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน และยังสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งทางรถไฟและทางเรือ นอกจากนี้ อยุธยายังมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจให้เลือกสัมผัส อาทิ การไหว้พระตามวัดสำคัญ ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล , การเที่ยวชมหมู่บ้านชาวต่างชาติ อาทิ หมู่บ้านญี่ปุ่น หมู่บ้านโปรตุเกส และหมู่บ้านฮอลันดา รวมถึงพิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง อาทิ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น เกริก ยุ้นพันธุ์ และพิพิธภัณฑ์เรือไทย , การนั่งเรือชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตริมสองฝั่งแม่น้ำ ฯลฯนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเสริมว่า “นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแล้ว การได้ลิ้มลองอาหารอร่อยหลากชนิดจากตลาดพื้นบ้าน หรือร้านอาหารในท้องถิ่น ยังเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือนอยุธยา ผมเชื่อว่าชาวไทยและทั่วโลกที่ได้อ่านคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับล่าสุดนี้ จะเกิดแรงบันดาลใจในการเดินทางมาค้นพบเสน่ห์และมนต์ขลังของอยุธยาที่ไม่เคยเสื่อมคลายเหล่านี้ด้วยตนเองอย่างแน่นอน”

ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ที่ :  guide.michelin.com/th/th หรือติดตามข่าวสารล่าสุดของ  ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา 2565” ได้ทาง เฟสบุ๊ค facebook.com/MichelinGuideThailand





วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ดร.เซปิง ยื่นฟ้องเอาผิดทนายความ ข้อหา "หมิ่นประมาท-นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ทุจริต หลอกลวง บิดเบือน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. 64 ที่ศาลอาญา รัชดา ดร.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ ได้เดินทางมายื่นฟ้องนายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความที่เคยไปออกรายการทีวีช่องหนึ่งในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ทุจริต หลอกลวง บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ดร.เซปิง กล่าวว่า วันนี้ได้มายื่นฟ้อง นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความ เนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา  นายภิญโญภัทร์ ได้นำข้อมูลและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายสำนักอันเป็นเท็จ บิดเบือนความจริง กล่าวหาว่า ดร.เซปิงเป็นเจ้าหนี้นอกระบบฟ้องเรียกหนี้จากลูกหนี้ในลักษณะทำนองเป็นองค์กรอาชญากรรม ซึ่งนายภิญโญภัทร์ไม่ได้เป็นทนายความของลูกหนี้แต่กลับมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

นายภิญโญภัทร์ เป็นทนายความคดีที่ศาลอุทธรณ์เพิ่งตัดสินและคดียังไม่ถึงที่สุด แต่นายภิญโญภัทร์กลับนำภาพถ่ายตลอดจนข้อมูลอันเป็นเท็จส่งให้แก่สื่อต่างๆ โดยมีเจตนาทำให้ ดร.เซปิง ได้รับความเสียหาย จึงมาใช้สิทธิฟ้องคดี นายภิญโญภัทร์ ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดอาญาต่อ ดร.เซปิงมาแล้วถึง 2 คดี รวมถึงคดีนี้ก็เป็น 3 คดี

คดีที่ 1 เป็นเรื่องของการหมิ่นประมาทออกรายการโหนกระแส คดีหมายเลขดำที่ อ.1693/2562 คดีที่ 2 เป็นคดีที่มีการฟ้องเป็นคดีแพ่งแต่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลนายภิญโญภัทร์ได้ลักขโมยเอกสารสำคัญของ ดร.เซปิงเอาไปเก็บซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าส่วนตัว นายภิญโญภัทร์ปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป แต่ศาลไม่เชื่อสั่งให้ค้นกระเป๋า ก็พบเอกสารที่หายไปซึ่งเป็นการจับได้คาหนังคาเขาอันเป็นการกระทำอุกอาจต่อหน้าศาลในระหว่างพิจารณาคดี ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.513/2564 ซึ่งศาลนัดไต่สวนวันที่ 4 ตุลาคม 2564 นี้ และ พฤติการณ์ของนายภิญโญภัทร์ ดร.เซปิงก็จะดำเนินการร้องต่อสภาทนายความเพื่อขอให้เพิกถอนใบอนุญาตว่าความต่อไปส่วนเรื่องที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาในคดีนี้นั้น เกิดจากทนายความของ ดร.เซปิง หลงลืมใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะเห็นได้จากคำพิพากษาว่า ดร.เซปิง ไม่ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ดร.เซปิงต้องใช้สิทธิอุทธรณ์อย่างแน่นอน แต่ระหว่างนี้ ดร.เซปิง ก็ยังมีสิทธิที่จะขออนุญาตต่อศาลฎีกาเพื่อฎีกา ซึ่ง ดร.เซปิงก็จะได้นำเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อศาลฎีกาและที่ผ่านมาตนเองเคารพคำวินิจฉัยของศาลทุกชั้นศาล

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ทอ.สนับสนุนโครงการ “เชื่อมโยงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร” ระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์ สู้ภัย COVID-19

  เมื่อวันพุธที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๔ พลอากาศโท ตรีพล  อ่องไพฑูรย์ รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นผู้แทนกองทัพอากาศ และหัวหน้าคณะโครงการ “เชื่อมโยงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร” ระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งกองทัพอากาศให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยจัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๘ (C-130) ในการช่วยลำเลียงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมคณะร่วมพิธีแลกเปลี่ยนสินค้า ณ ท่าอากาศยานระนอง และนายดำรงชัย  เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมคณะ ร่วมพิธีแลกเปลี่ยนสินค้า ณ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์สำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศ จังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์ โดยนำสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ระนอง จำกัด ได้แก่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ปลากระเบนวงขาว ปลาทูมัน ปลาทูหอม ปลาจวดเค็ม กาแฟระนอง น้ำมันพืชตรารินทิพย์ และกาแฟ Drip ปริมาณรวม ๑.๐๕๕ ตัน นำไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ จำกัด ได้แก่ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวกล้อง และข้าวหอมมะลิ ตรา สกต.บุรีรัมย์ ปริมาณรวม ๙.๓๕ ตัน มาแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งการแลกเปลี่ยนสินค้าในครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนผ่านกลไกสหกรณ์และการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชน โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เป็นการนำกลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ตามหลักการ อุดมการณ์ และวิธีการสหกรณ์ มุ่งเน้นการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และนำการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างสหกรณ์มาดำเนินการ    โดย พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ มีนโยบายให้กองทัพอากาศมีความพร้อมในทุกมิติ เพื่อจะให้ความช่วยเหลือประชาชน ในภาวะวิกฤติ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ต่อชีวิตความเป็นอยู่ การทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ดังนั้นการปฏิบัติภารกิจบินนำส่งแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรและอาหารทะเลแปรรูป ระหว่างจังหวัด จะช่วยให้มีการหมุนเวียนของสินค้าและกระแสเงินสด ช่วยให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล อากาศยาน และทรัพยากรต่าง ๆ ของกองทัพอากาศ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในภาวะวิกฤต COVID-19 รวมถึงภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้โดยปกติสุขโดยเร็ว

ขอขอบคุณภาพและข่าว

กองประชาสัมพันธ์

สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์

กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ

๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

สร.กฟภ.ได้จัดทำครัวสหภาพฯ กฟภ.เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชินี ตลอดทั้งเดือนเพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพฯ

คณะกรรมการบริหาร สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำโดย นายกิตติชัย ใสสะอาด ประธาน สหภาพฯกฟภ,นายพรพิรุณ หวลคนึง เลขาธิการ, นายธนนริ...