วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

กองทัพอากาศควบคุมห้วงอากาศบูรณาการดับไฟป่า

    จากการประสานและบูรณาการการปฏิบัติของกองทัพอากาศกับเจ้าหน้าที่อุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่   ป่าไม้       ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก และกองทัพบก ในการดับไฟป่า ที่ลุกลามในเขตพื้นที่ เขามะ-
ค่าทอง และเขาตะแบก จังหวัดนครนายก เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๒ ก.พ.๖๓ ผลการปฏิบัติสามารถดับไฟไหม้บนเทือกเข้าหลังโรงเรียนเตรียม
ทหารได้แล้ว แต่เนื่องจากมีกระแสลมแรง ไฟได้ลุกลาม        ไหม้ไปบนเทือกเขาถัดไปเป็นบริเวณกว้าง โดยมีพื้นที่      ตำบลศรีกระอาง และ ตำบลเขาเพิ่ม อ.บ้านนา ที่ได้รับผลกระทบ

เช้าวันนี้ (๒๓ ก.พ.๖๓) พลอากาศเอก มานัต  วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ      ได้สั่งการให้นำอากาศยานไร้คนขับบินถ่ายภาพจุดความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่    และส่งภาพแบบใกล้เคียงเวลาจริง (Real Time)     ไปที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์     ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก     เป็นผู้บัญชาการศูนย์ดังกล่าว   รวมทั้งจัดเครื่องบิน บ.ล.๘    (ซี-130) จำนวน ๒ เครื่อง และเครื่องบิน        บ.ล.๒ ก  จำนวน ๑ เครื่อง     บรรทุกสารดับไฟป่าแบบ Fire Wall II gel (ไฟร์ วอลล์ ทู เจล) ไปดับไฟป่าบริเวณเขามะค่าทอง     และเขาตะแบก  ตามภาพจุดความร้อนที่ตรวจพบ          โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ   ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน       ณ กองบิน ๖ ด้วย ส่วนการปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดนครนายก              ชุดควบคุมการปฏิบัติทางอากาศยุทธวิธี        ได้วางแผนปฏิบัติการบินและประสานการปฏิบัติในการควบคุมห้วงอา-
กาศ        เพื่อนำเฮลิคอปเตอร์แบบ     MI-17
ของกองทัพบก     เครื่องบินดับไฟป่าของกรมป้องกันและบรรเทาภัยแบบ   KA-32    และอากาศยานของกองทัพอากาศเข้าโปรยน้ำและสารดับไฟป่า     ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้อากาศยานร่วมกัน
ดับไฟป่า

ทั้งนี้   กองทัพอากาศจะติดตามสถานการณ์สาธารณภัยที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร ตลอดจนสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ของกองทัพอากาศเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน





พร รวิธนิษฐา/รายงาน
ขอขอบคุณภาพและข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์
กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

กองทัพอากาศส่งอากาศยานร่วมดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดนครนายก


จากสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามในเขตพื้นที่จังหวัดนครนายก    โดยไฟป่าได้ลุกลามยังพื้นที่เขามะค่าทอง และเขาตะแบก   ควันไฟจากไฟป่าได้เริ่มเข้าปกคลุมพื้นที่โรงเรียนนายร้อย  จปร. โรงเรียนเตรียมทหาร     และบริเวณใกล้เคียง ส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยในพื้นที่ดังกล่าว

วันที่๒๒ ก.พ.๖๓ พลอากาศเอก มานัต  วงษ์-วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ   ได้สั่งการให้นำอากาศยานไร้คนขับ ทำการบินถ่ายภาพหาจุดความร้อน     บริเวณเขามะค่าทองและเขาตะแบก เพื่อเป็นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยว
ข้องนำไปใช้ทำแนวป้องกันไฟป่า   หรือดับไฟป่า และได้สั่งให้จัดเครื่องบินแบบ บ.ล.๘ (C-130)     จากกองบิน ๖ จำนวน ๒ เครื่อง และเครื่องบินแบบ    บ.ล.๒ ก (BT-67)        จากกองบิน ๔๖ จังหวัดพิษณุโลกจำนวน ๑เครื่อง   บรรทุกสารดับไฟป่าแบบ      Fire Wall II gel   รวม ๑๑,๐๐๐ ลิตร ไปดับไฟป่า   บริเวณ
เขามะค่าทองและเขาตะแบก.      ตามภาพจุดความร้อนที่ตรวจพบ   พร้อมทั้งจัดชุดควบคุมการปฏิบัติทางอากาศยุทธวิธี             (CCT : Combat Control Team) เพื่อประสานและบูรณาการการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่   ป่าไม้        ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย   จังหวัดนครนายก และกองทัพ-บก   ในการดับไฟป่าและช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับสารควบคุมไฟป่าแบบเจล Fire Wall II gel เป็น"สารพอลิเมอร์อินทรีย์" ที่มีความสามารถดูดซับความชื้น และลดอุณหภูมิของไฟทำให้อัตราการลามของไฟลดลง เป็นสารที่ไม่มีพิษปลอดภัยต่อธรรมชาติและสลายตัวภายใน 28 วันด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ อุปกรณ์ดับไฟป่าหรือกล่องทิ้งน้ำ สารเจลมีประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิของเปลวไฟได้ดีกว่าการใช้น้ำปกติ เพราะการใช้น้ำกับไฟที่มีปริมาณมากจะทำให้น้ำระเหยออกไปและไฟก็ยังคงลุกลามเป็นปกติ


พร รวิธนิษฐา รายงาน
ขอขอบคุณภาพและข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์
กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓


วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

กองทัพอากาศ จัดการประชุมสัมมนาทางวิชาการกองทัพอากาศ ประจำปี ๒๕๖๓ Royal Thai Air Force Symposium 2020


 วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓) กองทัพอากาศ   จัดการประชุมสัมมนา   ทางวิชาการกองทัพอากาศ ประจำปี ๒๕๖๓ หรือ Royal Thai Air Force Symposium 2020 เพื่อสร้างความเข้าใจการกำหนดทิศทางการพัฒนา  กองทัพอากาศ     (RTAF Strategic Direction / Position)    ซึ่งตระหนักถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศตามนโยบายรัฐบาล    ซึ่งจะนำไปสู่ Thailand 4.0 ที่เป็นรูปธรรม
โดยกองทัพอากาศได้รับเกียรติ จากพลเอก ณัฐ    อินทรเจริญ    ปลัดกระทรวงกลาโหม
มาเป็นประธานในพิธีเปิด  และ  พลอากาศ
เอก มานัต  วงษ์วาทย์    ผู้บัญชาการทหารอากาศ   กล่าวปาฐกถาพิเศษ ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ    ทั้งนี้ได้เชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  ทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมฟังบรรยายฯ ในครั้งนี้ด้วย

การประชุมสัมมนาทางวิชาการกองทัพอากาศ หรือ   Royal Thai Air Force Symposium 2020 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจการกำหนดทิศทางการพัฒนากองทัพอากาศ(RT-
AF Strategic Direction / Position)ซึ่งตระ
หนักถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประ
เทศ (S-Curve 11) ตามนโยบายรัฐบาลที่เน้น
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ    ที่เป็นหลักประ
กันทางด้านความมั่นคงของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบของกองทัพด้านยุทโธป-
กรณ์ในการปกป้องอธิปไตย   และผลประโย-
ชน์ของประเทศซึ่งจะนำไปสู่   Thailand4.0 
ที่เป็นรูปธรรม  ยกระดับความตระหนัก(Awa-
reness)   ในการพัฒนากองทัพอากาศอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน(Sustainable Smart -Air Force)   และมีความโปร่งใส  อีกทั้งเป็น
การเสริมสร้างองค์ความรู้ทุกมิติ (All -Dom-
ains) ในการพัฒนากองทัพอากาศและรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อเป็นแนวทาง ในการระดมสรรพกำลังของชาติเพื่อการพัฒ-
นากองทัพอากาศ

การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด
“การพัฒนากองทัพอากาศอย่างชาฉลาด
และยั่งยืน (Moving  towards Sustain-
able Smart Air Force)”   โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งข้าราชการในกองทัพอากาศเหล่าทัพภาครัฐที่เกี่ยวข้องและ ภาคการศึกษา ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลักกับการพัฒนากอง-
ทัพอากาศที่ตอบสนองต่อความท้าทาย ด้วยความโปร่งใสและความร่วมมือกับอุตสาหกร-
รมป้องกันประเทศ ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำ-
คัญกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประ
เทศ   เพื่อเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษที่ ๑๑ หรือ  New S-Curve 11 กองทัพอากาศจึงเชิญภาคเอกชน    ทั้งภายในและภายนอกประเทศ  เข้าร่วมการสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ ซึ่งมีการชี้แจง    "สมุดปกขาว หรือ RTAF White Paper "ของกองทัพอากาศ ที่ระบุทิศทางการพัฒนาพร้อมแผนงานโครงการในมิติทางอากาศ มิติไซเบอร์ และมิติอวกาศ

ทั้งนี้ ภายหลังพิธีเปิด พลอากาศเอก มานัต  วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวปาฐกถาพิเศษ “Moving towards Susta-
inable Smart Air Force”จากนั้นเป็นการ
เสวนาร่วมในหัวข้อ “ความท้าทายของความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย”หรือ
 “Challenging of International  Coope-
ration to Strengthening Thai Defence Industry” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่
- ⏩พลอากาศเอก สุทธิพันธุ์  ต่ายทอง
          เสนาธิการทหารอากาศ      
 ⏩พลอากาศเอก ดร.ปรีชา  ประดับมุข   
ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI)
⏩รศ.ดร.สุเจตน์  จันทรังษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
⏩ ดร.วิมลกานต์  โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (OSMEP)
-⏩คุณดวงใจ  อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
สำหรับช่วงบ่าย เป็นการแบ่งกลุ่มสัมมนา เพื่อสร้างความเข้าใจในทิศทางการพัฒนากองทัพอากาศ ตามสมุดปกขาว และการพัฒนาโดยเครื่องมือ Purchase and Development (P&D) ซึ่งประสบความสำเร็จจากโครงการปรับปรุงขีดความสามารถเครื่องบินแบบ F-5TH และโครงการผลิตอากาศยานไร้คนขับแบบ RTAF U-1 นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับทราบถึงการดำรงขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ และทิศทางการพัฒนากองทัพอากาศที่มุ่งสู่การเป็นกองทัพอากาศอันชาญฉลาดอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการของกองทัพอากาศ และบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยและต่างชาติ


ประโยชน์ของการจัดการประชุมสัมมนาทางวิชาการกองทัพอากาศ ประจำปี ๒๕๖๓ หรือ Royal Thai Air Force Symposium 2020 ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ผู้เข้าร่วมสัมมนาเพียงเท่า
นั้น แต่ยังคงเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติโดยรวม จากการริเริ่มในการสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรม  ป้องกันประเทศของไทยให้เป็นรูปธรรม   โดยเฉพาะการแบ่งปันองค์ความรู้ และการพัฒนาเทคโน
โลยีป้องกันประเทศ ซึ่งนำไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ  ด้วยแนวความคิดและฝีมือของคนไทยอย่างยั่งยืน


พร รวิธนิษฐา รายงาน
ขอขอบคุณ ภาพและข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์
กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

กองทัพอากาศเข้าร่วมงาน Singapore Airshow 2020 ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ Singapore Changi Exhibition Center สาธารณรัฐสิงคโปร์


เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ 
พลอากาศเอก มานัต  วงษ์วาทย์ 
ผู้บัญชาการทหารอากาศและคณะ ร่วมพิธีเปิดและเยี่ยมชมงาน Singapore Airshow 2020    ณ Singapore Changi Exhibition Center สาธารณรัฐสิงคโปร์
สำหรับการเข้าร่วมงาน Singapore Airshow 2020    ของกองทัพอากาศในครั้งนี้    กองทัพอากาศได้นำเครื่องบินขับไล่แบบที่  ๑๘ ข/ค   หรือเครื่องบินแบบ F-5TH และอากาศยานไร้คนขับแบบ  RTAF U1. ท มาร่วมตั้งแสดงภาคพื้น   (Static Aircraft Display) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกการเคลื่อนย้ายกำลังของกองทัพอากาศออกนอกประเทศ    รวมถึงเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี   ระหว่างกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสิงคโปร์ และเพื่อให้กำลังพลของกองทัพอากาศได้รับรู้ขีดความสามารถการพัฒนาด้านการบินและเทคโนโลยีของประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมแสดง

   โดยกองทัพอากาศได้จัดกำลังพล และอากาศยานเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย กำลังพล จำนวน   ๔๘ นาย โดยมี นาวาอากาศเอก สุรศักดิ์  เสสะเวช ผู้อำนวยการกองมาตรฐานยุทโธปกรณ์และพัฒนาการรบ สำนักนโยบายและแผน            กรมยุทธการทหารอากาศ เป็นหัวหน้าคณะ             และอากาศยานพร้อมยุทโธปกรณ์ ได้แก่ เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ข/ค หรือเครื่องบินแบบ F-5TH จากฝูงบิน ๒๑๑ กองบิน ๒๑ จำนวน ๒ เครื่อง    และ อากาศยานไร้คนขับแบบ RTAF U1 จากฝูงบิน ๔๐๔ กองบิน ๔ จำนวน ๑ เครื่อง รวมอากาศยานทั้งสิ้น ๓ เครื่อง เข้าร่วมจัดแสดง            ส่วนทางด้านของกองทัพอากาศสิงค์โปร์ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน        จัดอากาศยานแบบต่าง ๆ      เข้าร่วมจัดแสดงมากมาย อาทิเช่น F-16C/D, F-15SG

สำหรับงาน Singapore Airshow 2020           จัดว่าเป็นงานแสดงด้านอากาศยานและยุทธปัจจัย         ด้านกลาโหมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งมีการแสดงอากาศยาน     (Static Aircraft Display)         และการแสดงการบิน (Aerobatic Flying Display) โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๑- ๑๖กุมภาพันธ์
๒๕๖๓ ณ     Singapore     Changi Exhibition Center      สาธารณรัฐสิงคโปร์

พร รวิธนิษฐา/นสพ.ข่าวกรม รายงาน
ขอขอบคุณภาพและข่าว
กรมประชาสัมพันธ์


หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เสด็จบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันมาฆะบูชา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์


วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563   หม่อมเจ้าหญิงอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์   เสด็จอำเภอเกาะสมุย      ทรงบำเพ็ญกุศล ทำบุญ ไหว้พระ   สิ่งศักดิ์สิทธิ์   รอบเกาะสมุย เนื่องในวันมาฆบูชา    (ขึ้น 15ค่ำ เดือน3) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ กล่าวว่า วันนี้หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา    ภาณุ พันธุ์   เสด็จถึงท่ากาศยานนานาชาติสมุย โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์จัดถวาย ที่ประทับ ณ สมุย ปาล์ม บีช รีสอร์ท    ทั้งนี้ทรงตั้งหทัยจะบำเพ็ญกุศล ที่เกาะสมุย         เพราะครั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา        กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์    ได้ถวายปรนนิบัติตามเสด็จทั้งใน     และนอกประเทศ  โดยในประเทศไทย     ทรงโปรดเสด็จเกาะสมุยมากที่สุด    ด้วยเหตุนี้หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ จึงเลือกเกาะสมุยเป็นที่เสด็จบำเพ็ญกุศลในวันมาฆบูชาครั้งนี้    และได้รับ
เมตตาจาก   พระครูศรีสุวรรณาภรณ์ เจ้าคณะตำบลอ่างทอง เจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณาราม เกาะสมุย นำไหว้พระ     และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วเกาะสมุย พร้อมบรรยายประวัติ        ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมท้องถิ่น

พร รวิธนิษฐา/นสพ.ข่าวกรม รายงาน

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดโครงการประกวดนโยบายทางเลือกและแนวคิดริเริ่มการพัฒนาชุมชนยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “ ชุมชนยั่งยืนหวนคืนวัฒนธรรม (Sustainable and Cultural Community) ”

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการประกวดนโยบายทางเลือกและแนว...