วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนวัตกรรม “ห้องตรวจหาเชื้อ” พัฒนาโดยเอสซีจี ใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจและ เครื่องมือแพทย์พระราชทาน” แก่ 20 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เริ่มที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เป็นแห่งแรก เพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ จากการติดเชื้อโควิด-19


กรุงเทพฯ  – 28  เมษายน 2563:  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน“ห้องตรวจหาเชื้อ(Modu
lar Swab Unit)”ซึ่งเป็นหนึ่งใน“โครงการเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือแพทย์พระ-ราชทาน” เพื่อรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจี   ดำเนินการก่อสร้างให้โรง-พยาบาลต่าง ๆ  20 แห่งทั่วประเทศ  ได้แก่
1. รพ.ภูมิพลอดุลยเดช   กรมแพทย์ทหารอากาศ
2. รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา 
3.  สถาบันบำราศนราดูร
4. รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว 
5. สถาบันโรคทรวงอก
6. รพ.ตำรวจ
7. รพ.กลาง 
 8. รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ
 9. รพ.นครปฐม
10. รพ.ราชบุรี
11. รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก
 12. รพ.พหลพลพยุหเสนา 13. รพ.อุตรดิตถ์ 14. รพ.สวรรค์ประชารักษ์ 15. รพ.นครพิงค์ 16.รพ.อุดรธานี
17. รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์
18. รพ.สุราษฎร์ธานี 19. รพ.สงขลานครินทร์ และ 20. รพ.หาดใหญ่
โดยเบื้องต้น ได้พระราชทานห้องตรวจหาเชื้อให้โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ   ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ
กองทัพอากาศ   เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19    ให้บุคลากรทางการแพทย์ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการแยกพื้น
ที่ระหว่างทีมแพทย์และคนไข้ห่างออกจากกัน และใช้ระบบควบคุมแรงดัน    และคุณภาพอากาศที่เหมาะสม   พร้อมกับมีระบบฆ่าเชื้อ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค   โดยสามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 วัน เพื่อให้พร้อมบริการแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนได้ทันทียังความปลื้มปีติแก่ทีมแพทย์  พยาบาล  บุคลากรทาง
การแพทย์    ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่า ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น โดยมี พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ  พลอากาศเอก ธริ-นทร์  ปุณศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ  พลอากาศโท เกรียงไกร โสธรชัย เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ พร้อมด้วย พลอากาศตรี ทวีพงษ์ ปาจรีย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ คณะผู้บริหารโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ และ นาย รุ่งโรจน์
รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ร่วมพิธีรับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว

พลอากาศโท เกรียงไกร โสธรชัย เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ กล่าวว่า   “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี   ทรงมีพระเมตตาต่อกองทัพอากาศ   บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช    กรมแพทย์ทหารอากาศ อย่างหาที่สุดมิได้    ทรงพระ-กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular  Swab Unit)”   ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน เพื่อรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19  โดยพระ-
ราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ รวม 20 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ กองทัพอากาศ บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ของโรงพยา-
บาลภูมิพลอดุลยเดช    กรมแพทย์ทหารอา-
กาศและประชาชนทุกคน  รู้สึกซาบซึ้ง  และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะนำนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19   ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีที่สุดเต็มกำลังความสามารถ และเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเป็นแนวหน้า อีกทั้งเป็นกำลังหลักในการรักษาผู้ป่วยให้มีขวัญ มีกำลังใจ  และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงานต่อไป”
 พลอากาศตรี ทวีพงษ์ ปาจรีย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช    กรมแพทย์ทหารอากาศ กล่าวว่า “โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่ได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) พวกเรารู้สึกปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณา-
ธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อันเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจต่อบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป   ที่มาใช้บริการ การตรวจหาเชื้อจากผู้ป่วยเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์   ดังนั้น   ถ้าเรามีห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) จะช่วยลดอัตราเสี่ยงจากการติดเชื้อและให้ความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี ทำให้การรักษาพยาบาลประชาชน
ชาวไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส   กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า“เอสซีจี  รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่าง
ยิ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้มีส่วนร่วมในการผลิตนวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)เพื่อช่วยปกป้อง
แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ขณะปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการตอบแทนความเสียสละและอุทิศตนของท่านทั้งหลายที่ได้ช่วยกันดูแลรักษาผู้ป่วย และยังช่วยปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ โดยห้องตรวจหาเชื้อดังกล่าว    พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution ซึ่งได้ออกแบบให้มีระบบที่จะช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด  ปลอดภัย   มีระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล ที่ทำให้ห้องปิดสนิท ป้องกันอากาศเข้า-ออกตัวอาคาร   ทำให้ภายในอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้มากขึ้น สำหรับห้องตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ได้ติดตั้งในบริเวณที่เชื่อมต่อกับจุดคัดกรองผู้ป่วยเดิมของโรงพยาบาล เพื่อให้ขั้นตอนการตรวจคัดกรองผู้ป่วยและการตรวจหาเชื้อดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้ว่าพื้นที่ติดตั้งจะมีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ แต่ด้วยความร่วมมืออย่างดียิ่งของทางโรงพยาบาล ประกอบกับประสบการณ์และความชำนาญของทีมติดตั้ง จึงทำให้การดำเนินการต่าง ๆ สำเร็จลงภายในเวลาเพียง 3 วัน พร้อมที่จะให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนได้ในทันที”

นวัตกรรมห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit) นี้ พัฒนาจากเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution ภายในห้องตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้ออก
แบบให้มีระบบ Smart Indoor Air Quality (IAQ Smart)  ที่ช่วยควบคุมแรงดันและการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัยและ
ระบบการป้องกันอากาศรั่วไหล (Air Tight-
ness) ที่ทำให้ห้องปิดสนิท   ป้องกันอากาศ
เข้า-ออกตัวอาคาร ทำให้ในตัวอาคารสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เป็นอย่างดี โดยทีมแพทย์จะอยู่ในห้องความดันบวก  ที่ไม่มีอากาศเสียจากภายนอกเข้าไป อากาศภายในจึงบริสุทธิ์ปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องความดันลบ และมีระบบดูดอากาศเสียออกไปกำจัดอย่างต่อเนื่อง จึงป้องกันไม่ให้มีอากาศฟุ้งกระจายออกไปภาย
นอก เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ทีมแพทย์ ซึ่งการเก็บตัวอย่าง (Swab) จะทำผ่านแผ่นอะคริลิกที่เจาะเป็นช่อง โดยแพทย์สามารถสอดมือผ่านช่องที่มีถุงมือคลุมด้วยพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อเก็บตัวอย่าง จึงลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากผู้ที่เข้ารับการตรวจพร้อมใช้แสงยูวีเข้มข้นสูงฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ (UV Germicide) หลังจากการใช้งานในห้องทุกครั้ง ทั้งนี้ โครงสร้างกว่าร้อยละ  80 ประกอบขึ้นรูปภายในโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพและความสะอาดตลอดกระบวนการผลิต   และยังสามารถติดตั้งได้รวดเร็ว
  
พรรวิธนิษฐา/นสพ.ข่าวกรมรายงาน





วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563

“พยัพ คำพันธุ์”นำทัพมอบข้าวสารอาหารแห้งให้ศิลปินที่ได้ผลกระทบCOVID-19 หม่ำจ๊กมก สดใส รุ่งโพธิ์ทอง" ร่วมด้วย


เมื่อวันที่ 26 เม.ย 63 สมาคมผู้นิยมพระเครื่อง
พระบูชาไทย ร่วมกับ บริษัท ไผ่ร้อยกอ โปร-ดักชั่น จำกัดโดย   “พยัพ คำพันธุ์”   นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง   พระบูชาไทยจัดโครงการ “ธาร น้ำใจ ไผ่ร้อยกอต้านภัยโรคโควิด -19” ซึ่งได้มีการมอบข้าวสารจำนวน มากให้กับ ศิลปินนักร้อง ศิลปินตลก นักดนตรี แดนเซอร์ คอนวอยด์ และ บุคคลในวงการเพลงทั้งเบื้องหน้าและ เบื้องหลัง ทุกคนทุกค่ายทั่วประเทศ

 สำหรับผู้ที่มาร่วมในงานวันนี้ ได้แก่  สดใส
รุ่งโพธิ์ทอง, อาภาพร  นครสวรรค์ ,   สุนารี ราชสีมา ,   ยิ่งยง   ยอดบัวงาม ,  ทศพล หิมพานต์, สลักจิต ดวงจันทร์ , ฟ้า ขวัญนคร, น๊อต ไผ่ร้อยกอ ,เติ้ล อาคม คำพันธุ์ ,แจ๊ค ธนพล ,บูม ชญาภา ,เบนซ์ รุ่งสว่าง ,ราชันย์ สัญญา, เกอวเบอรี่ พร้อม ครูเพลงแถวหน้า วงการเพลงเพื่อชีวิต อ.ไข่ มาลีฮวนน่า และอ.สีเผือก คน ด่านเกวียนพร้อม ,ศิลปินตลก นำโดย หม่ำ จ๊กมก จาก สมาคม ศิลปินตลก มากมาย ฯลฯ
“พยัพ คำพันธุ์”    นายกสมาคมผู้นิยม  พระ-เครื่องพระบูชาไทย ได้เผยว่า บุคคลในวงการเหล่านี้  ต่างก็ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด
-19 ซึ่งต้องหยุดงาน     แสดงและขาดรายได้ และเพื่อบรรเทา   ความเดือดร้อนแก่พี่น้อง ศิลปินนักร้อง ศิลปินตลก จึงได้จัดโครงการดังกล่าว ขึ้น โดยมอบ ข้าวสาร อาหารแห้ง แจก จ่ายให้กับทุกคนที่ได้รับผลกระทบ โดย ตรง เพื่อเป็นกำลังใจให้สามารถ ผ่าน พ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน
นอกจากนี้ คุณกชสร พิพัฒนกุล (ปู)   จาก บ.มรดกไทย จำกัด ยังได้มอบ เงินจำนวน 100,000  บาท ,นายพยัพ คำพันธุ์   มอบเงินจำนวน   100,000  บาท และ   คุณมานิตย์ 
ศรีเลี้ยง นายห้าง โฟรเอส   มอบเงินจำนวน 10,000 บาท   เพื่อมอบให้กับ  ศิลปินนักร้อง ศิลปิน  ตลก  และบุคคลในวงการเพลง ที่มา ในวันนี้อีกด้วย     ทั้งนี้ได้มีการประสานอาสา
สมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มาตั้งจุดคัดกรองตามนโยบายของรัฐบาลให้ปฏิบัติตามหลักSocial
Distancing ให้ เว้นระยะห่างทางสังคมอีกด้วยที่บริเวณ ร้านครัวเชฟ เอกเมืองนนท์  จ. นนทบุรี    โดยมีประชาชนมาร่วมรับอาหารที่ครัวเชฟจิตอาสาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางผู้จัดงาน ได้ตั้งจุดคัดกรอง ตรวจสอบอุณหภูมิของผู้ที่มารับอาหาร  ผู้มารับอาหารจะต้องใส่หน้า
กากอนามัยมาด้วยทุกคน จากนั้นให้ไปรอยังจุดที่กำหนดให้ และมีการเว้นระยะห่างประ-
มาณ 2 เมตร แล้วเดินไปรับของตามจุดที่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมไว้ โดยแบ่งเป็น ช่องทางเดินที่ห่างกัน     ซึ่งบรรยากาศผ่านไปด้วยความรวดเร็ว และตรงตามมาตรการความปลอดภัยที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ซึ่งผลสำเร็จที่เกิดขึ้น    ส่วนหนึ่งมาจากการประสานงานของ บก.ตุ่น อินเตอร์ บอส 888 มีเดียฯ เป็นหอกระจายข่าวให้พี่น้องคนวงการเพลงได้ทราบทั่วกัน
                                 ชายนพ /รายงาน





วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2563

"ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศตรวจเยี่ยมหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศ"


เมื่อวันพุธที่  ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ พลอากาศเอก สิทธิชัย   แก้วบัวดี    ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศ และหน่วยบิน   UAV   ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า   ณ กองบิน ๔๑ จังหวัดเชียงใหม่  โดยมี  นาวาอากาศเอก ธรรมศักดิ์ มั่นทน รองผู้บังคับการกองบิน ๔๑ ให้การต้อนรับ

โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยบิน ๔๐๔๑ ซึ่งเป็นหน่วยบินแยกของกองบิน ๔   ที่ปฏิบัติภารกิจในการนำอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV ของกองทัพอากาศ  ทำการสำรวจจุดความร้อน   (hot -spot)    และบินลาดตระเวนตรวจสอบการลักลอบเผาป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยบิน UAV ของกองทัพบก ตั้งแต่ห้วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ๒๕๖๓

และตรวจเยี่ยมหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวงกองทัพอากาศ ซึ่งมีเครื่องบินโจมตีแบบที่ ๗ หรือ Alpha Jet สังกัดกองบิน ๒๓ อุดรธานี ปฏิบัติภารกิจในการยิงพลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์เพื่อยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ตั้งแต่ห้วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ – ปัจจุบัน พร้อมทั้งร่วมหารือกับนายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจหน่วยบินฝนหลวงร่วมกันระหว่างกองทัพอากาศและศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ

นอกจากนี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้เดินทางไปยังศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประชุมหารือกับ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในการติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่เกิดจากไฟป่าและการเผาป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ติดตามการปฏิบัติภารกิจร่วมกันของกองทัพอากาศกับจังหวัดเชียงใหม่ ในการยับยั้งและลดจำนวนการเกิดจุดความร้อนจากการเผาป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป้าหมายคือต้องทำการยับยั้งการเกิดไฟป่าให้ได้มากที่สุดภายในเดือนเมษายนนี้

        พร รวิธนิษฐา/นสพ.ข่าวกรมรายงาน

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2563

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1และคณะฯ เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าตรวจโควิด-19 ที่ จ.สิงห์บุรี


วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2563 เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.อำพล  บัวรับพร  ผบช.ภ.1  และคณะฯ   ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019  (COVID-19)   ของ จ.สิงห์บุรี  บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดสิงห์บุรี   โดยมี  นายชำนาญวิทย์   เตรัตน์    ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยพล.ต.ต.ชัยพจน์  สุุวรรณ-รักษ์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี,   พ.อ.รณวุธ   เรือง-สวัสดิ์ รอง ผอ.รมน.จ.สิงห์บุรี, พ.ต.อ.นิธินันท์ เต็มศิริวัฒน์ รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.อดุลย์  เม่น-บางผึ้ง รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.สุทธิศักดิ์  วันที รอง ผบก.ฯ,   ผกก.สส.ฯ  ,    ผกก.ฝอ.ฯ, ผกก.หน.สภ.ในสังกัด ,  สว.สภ.โพทะเล, ข้าราชการ ตร, ฝ่ายปกครอง, สาธารณะสุข, ขนส่ง และอาสาสมัครฯ อยู่ปฏิบัติหน้าที่

จากนั้นได้ให้คำแนะนำในการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปโดยเรียบร้อยตามนโยบาย ตร. และเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนอยู่บ้าน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว  ทั้งนี้
ได้มอบหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง แอลกอ-
ฮอล์ ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด ณ จุดตรวจควบคุมการ    แพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019   บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดสิงห์
บุรี   ถ.สิงห์บุรี-บางพาน   ต.บางมัญ  อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

เบญจมาศ พานทอง ผู้สื่อข่าว นสพ.ข่าวกรม สิงห์บุรี / รายงาน



สภากาชาดไทย ร่วมกับมูลนิธิ ธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ปล่อยคาราวานอาสาร่วมใจสู้ภัยโควิด


วันที่  23 เมษายน  2563  เวลา 09.00 น.
นาย แผน  วรรณเมธี  เลขาธิการสภากาชาด
ไทย เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานอาสาร่วมใจสู้ภัยโควิด  โดยสภากาชาดไทย  และมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์    เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดสงขลา   ในการนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่าง ๆ ที่ได้รับบริจาคมอบให้กับโรงพยาบาลทางภาคใต้ โดยมี นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ   ประธานโครงการอาสาร่วมใจ สู้ภัยโควิด   สภากาชาดไทย   คณะผู้บริหารสภากาชาดไทย    มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และผู้สนับสนุนโครงการฯร่วม
ด้วย    ณ บริเวณหน้าสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย

สำหรับขบวนคาราวานฯ นี้ จะเป็นการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์    ลอตแรกของโครงการฯ อาทิ หน้ากากอนามัย N95 ชุดป้องกัน PPE เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ดิจิทัล เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลในภาคใต้ โดยมีมหาวิทยา-
ลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้ประสานการรับมอบและช่วยดำเนินการแจกจ่าย   ไปยังจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากและมีชาวไทยที่กำลังเดินทางกลับจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย จากนั้น    จะทยอยส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับบริจาคให้ครบทั่วทุกภูมิภาค นอกจากอุปกรณ์ทางการแพทย์แล้ว ยังได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของบริจาคทั้งจากหน่วยงานภาครัฐเอกชน รวมถึงประชา-
ชน ร่วมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
สภากาชาดไทย  และมูลนิธิธรรมาภิบาลทาง
การแพทย์ ร่วมดำเนินโครงการอาสาร่วมใจ สู้ภัยโควิด ตั้งแต่วันที่ 7เมษายน 2563 โดยปัจ-
จุบัน  ได้รับเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ประ-
มาณ 30 ล. บาท และอุปกรณ์ทางการแพทย์
กว่า100,000รายการทั้งนี้สำหรับอุปกรณ์ทาง
การแพทย์ที่มีผู้บริจาคมาได้ทำการตรวจสอบ
คุณภาพ   จากคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลง-
กรณ์มหาวิทยาลัย   ก่อนส่งมอบเพื่อการใช้งานตามระดับความปลอดภัย  เช่น  อุปกรณ์สำหรับแพทย์ที่ต้องสัมผัสผู้ติดเชื้อ สำหรับพยาบาล    หรือสำหรับเจ้าหน้าที่ในโรงพยา-
บาล ซึ่งนับเป็นการบูรณาการของหน่วยงานในสภากาชาดไทย   มูลนิธิธรรมาภิบาลทาง
การแพทย์   หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤติไวรัสโคโร-น่า 2019 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคหน้ากาก N95 และชุดป้องกันเชื้อโรค PPE หรืออุปกรณ์อื่น ๆ สำหรับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศได้ที่  สำนักงานการคลัง   สภากาชาดไทยอา-
คารจอดรถ 3 ชั้น 3 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หรือร่วมบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์      ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย สู้ภัย COVID” เลขที่บัญชี 045-304722-9 (สามารถหักภาษีได้ 2 เท่า) สอบถามโทร. 08 9919 5000, 09 6190 1900 หรืออีเมล finance@redcross.or.th

            พร รวิธนิษฐา/นสพ.ข่าวกรม รายงาน




วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563

ส.ว.-ส.ส.-อบจ.-หอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ผนึกกำลังมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคช่วยเหลือปชช.ที่เดือดร้อนจากโควิด-19

วันที่  18 เม.ย.63   ที่บริเวณห้องประชุมศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา   นายกำพล    เลิศ-เกียรติดำรงค์  สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดฉะเชิง-
เทรา พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต 2 นายประโยชน์ โสรัจจกิจ   ประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิง-
เทรา    คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจัง-
หวัด  ร่วมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค   บริโภค จำนวน 1,900 ชิ้น บรรจุลงในถุงรวม 100 ชุดประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โอวัลตินซอง เจลแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย
โดยมี นายสรายุทธ  แก้วกุลปรีชา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อให้ทางจังหวัด   นำไปมอบช่วยเหลือประ-
ชาชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา  ที่ได้รับผล
กระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19)

จากนั้นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดฉะเชิงเทราเดินทางไปโรงแรมวิเวิร์บ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค  บริโภค  อีกจำนวน 4 ชุด ให้แก่ผู้ที่ถูกกักตัว14 วัน โดยมีนายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา รับมอบแทน เพื่อเป็นปัจจัยช่วยเหลือในการดำรงชีวิต ระหว่างถูกกักตัว
                รวิธนิษฐา/พรข่าวกรม รายงาน








กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดโครงการประกวดนโยบายทางเลือกและแนวคิดริเริ่มการพัฒนาชุมชนยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “ ชุมชนยั่งยืนหวนคืนวัฒนธรรม (Sustainable and Cultural Community) ”

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการประกวดนโยบายทางเลือกและแนว...