ศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณ”ที่พึ่งสุดท้าย“ความยุติธรรม


 นับว่าเป็นเรื่องประวัติศาตร์ อีกเรื่องหนึ่งของประเทศไทย..ที่เรื่องเล็กๆแต่กลับเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทย โดย เฉพาะเรื่องของ "กฎหมาย" ที่ผู้รักษากฎหมาย กลับเอาภาษาตัวอักษรมาเล่นแร่แปรลิ้น......รับลูกกันเป็นขบวนการ. *.“จากผิดเป็นถูก”* ...ช่วยผู้มีบารมีอย่างเห็นได้ชัด....มันต้องเอาผิดกับผู้ที่ เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง... ฝังจิตสำนึกให้ กระบวนการยุติธรรม.จำเป็นตัวอย่าง.
    เรื่องของ *“คดีนายบอส”* สอนผู้มีอำนาจ ใช้กฎหมายอย่าง ตำรวจ,อัยการ, กระทรวงยุติธรรม. ได้ดีเยี่ยม.. *“ประชาชน”* เลยเปลี่ยนความเข้าใจว่า *“คนรวย”* ติดคุกยาก กระบวนการยุติธรรมไม่เข้าข้าง *“คนจน”* (จริงหรือ?)
      เมื่อคดีเล็กๆทำให้เป็นคดีใหญ่ระดับชาติ ได้...ดู *“ขับรถชนตำรวจตายยังไม่มีความผิด”* เพราะคิดเยอะ “ให้องค์กร ความยุติธรรมปล่อยกาลเวลาฆ่าตัวมันเอง” ไม่ว่าจะเป็นองค์กรตำรวจ,อัยการ, ศาล และกระทรวงยุติธรรม.(เป็นกีฬาวิ่งพลัดสี่คูณร้อยไปเลย) ถ้าเรื่องส่งมาไม่ถึง.....ก็จะไม่ลงมาเล่น ด้วยหรือครับ?..ต้องถาม *“บิ๊กแป๊ะ”* (พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่ออกมารับอย่างภาคภูมิใจ.. ที่ไว้ใจลูกน้องมากไปหน่อย ไม่ได้ดูเรื่องนี้จนเลยมา7-8ปี ต้องขอเวลาเพิ่มอีก 7 วันจะสรุปเรื่องนี้ให้ *“ประชาชน ”* รู้ข้อเท็จ จริงว่า..ความยุติธรรมต้องมีต่อองค์กรตำรวจ...พูดง่ายๆ  ถ้า “บิ๊กแป๊ะ” ต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรีของผู้พิทักษ์สันติราษฐร์ “ตำรวจจะไม่ตายฟรีอย่างทุกคนคิดและองค์กรตำรวจ จะไม่เสื่อม” ...แต่ถ้าคิดว่าจะสร้างประวัติศาสตร์ ให้กับตนเองอีกเรื่อง..ความศรัทธาในองค์กรฯจะกลับมาครับ ส่วนคดีมันเปลี่ยนเพราะ เพื่อนอ๊อด มาแซกแซงนั้นยังต้องพิสูจน์ แต่จะสร้างความเกรงใจ แบบไร้เหตุผล อย่าง พ.ต.ต. ธนสิทธิ์ แตงจั่น ซึ่งเป็นหนึ่งใน ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้ตรวจสอบความเร็วของรถยนต์ที่ นายวรยุทธขับ มีการคำนวณหาความเร็ววิธีใหม่ได้ความเร็ว ของรถยนต์ที่ นายวรยุทธ ขับขี่ประมาณ 79.23 กม./ชม. จนทำให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานรุ่นใหม่ ต้อง ส่งจดหมายร่อน ให้ สื่อปกป้ององค์กรตนเอง และขอความเป็นธรรมให้ พ.ต.ต.ธนะสิทธิ์ แตงจั่น ที่ตกเป็นจำเลยสังคม เพราะช่วงนั้น มึนกับ “บิ๊กอ๊อด”อดีตผบ.ตร.ที่เข้ามาเปลี่ยน ความคิด จนตำรวจพิสูจน์หลักฐานรุ่นใหม่ “อับอาย”ไร้เหตุผลต่อวิชาชีพทำให้ประชา ชนขาดความเชื่อถือ และในวันที่ 18 ส.ค. นายสิระเจนจาคะ จะแถลงว่ากมธ.กฎหมาย จะมีการพิจารณา โดยจะมีการเชิญ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง อดีตผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อกมธ. รวมถึงเชิญ นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. อดีตเลขานุการ กมธ.กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช.) ด้วยและ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดอธิบาย ประเด็นนี้ว่า การสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ เมื่อเสนอไปยังผบ.ตร.ไม่แย้ง คำสั่ง ไม่ฟ้องนั้น ย่อมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในเรื่องของคำสั่ง แต่คดียังไม่ถึงที่สุด เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด ตามป. วิอาญามาตรา 147 ระบุว่า หากมีคำสั่งเด็ดขาดแล้ว ไม่ให้สอบสวนคดีนั้นอีก เว้นแต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีพยานหลักฐานใหม่ที่มีความสำคัญ ก็จะ นำไปสู่ให้ ศาลลงโทษผู้นั้นได้นี่คือ หลักกฎหมาย
  และล่าสุด  สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.ท. จารุวัฒน์ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.) ในฐานะรอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้ง คำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด ของอัยการ คดีนาย วรยุทธ อยู่วิทยา เมื่อปี 2555 ..

   ส่วนการสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง นั้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ จะพิจารณาข้อบกพร่องของ พนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้รวม20 นาย โดยในจำนวน นี้ 11 นาย เคยถูกคณะกรรมการ ป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไปแล้วส่วนที่เหลือ 9 นาย คณะกรรมการฯ เพิ่งตรวจ สอบความผิดเพิ่มเติม โดยตำรวจในกลุ่มนี้มีตั้งแต่ระดับสารวัตรถึงผู้บัญชาการ บางส่วนและ เกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งรายชื่อทั้งหมด จะถูกส่งให้ กองวินัย สำนักงานตำรวจ แห่ง ชาติ พิจารณาโทษทางวินัยและความผิดทางอาญา หากมีมูลจะส่งต่อให้ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป เพราะการลงวินัยของตำรวจ ดูแต่ครั้งก่อนเหมือนจะ แค่“ปรามแต่ไม่ปลดลดยศ” ไม่ทำให้ตำรวจต้องกลัวหรอกครับ?
   ส่วนด้าน  ศ.(พิเศษ) นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา  นั้นชี้แจงว่า ภายหลังสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ. ธนะสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานแล้ว นั้น   ถือเป็นพยานที่มีน้ำหนักทำให้ อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ในเรื่องการเปลี่ยนแปลง ความเร็วรถจาก177 เป็น 79 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง รวมถึงนายสายประสิทธิ เกิดนิยม เข้ามากับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง) ด้วย ในขณะ นั้น แต่ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสืบสวนสน.ทองหล่อ ก็อ้างว่าทำคดีอื่นซับซ้อน ทำให้เกิดความสับสน จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วกลับไปที่เดิม  ทั้งนี้จะ ต้องตรวจสอบว่า ในการทำสำนวนมีใครที่ เกี่ยวข้องและรับผิดชอบส่วนข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบทั้งหมด  ถ้าเจอว่าใครผิดจริง. 
 ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม ไปดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยาก เห็นการลงโทษ สำหรับผู้กระทำผิดวินัย ที่เหมาะสมกับคดีระดับโลก เพราะโลกอยากเห็น“ผู้ใช้กฎหมายถูกลงโทษอย่างสูงสุด อย่าปากว่า ตาขยิบอย่างที่เป็นอยู่.”ประชาชนจะเสียความรู้สึกและเขารู้ทุกมุมมอง.
   ส่วน พล.ต.ท. เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. อ้างว่าได้ชี้แจงเรื่องการมอบอำนาจ เป็นไปตามระบบคำสั่งเป็นเด็ดขาด และที่ไม่เห็นแย้งอัยการ เพราะไม่มีข้อมูลใดผิดปกติ? แต่ยอมรับว่าเพิ่งทราบว่ามีการกดดัน พ.ต.อ. ธนะสิทธิ์.?....อ๋อเหรอ.! ตื่นเถอะชาวไทย.. เรื่องกะล่อนปลิ้นปล้อนของภาษาตำรวจ ถ้าตรวจไม่ดี ความผิดจะลงที่..?เพราะนาย ถูกเสมอครับ ???..และถ้าผู้รักษากฎหมายทำผิดเสียเอง..เล่นลิ้นภาษา.. “เก่งกว่าศรีธนญชัย” ทำผิดแก้ให้ถูก.. บอกได้เลยต้อง “คุก” อย่างเดียว..ไม่ต้องให้อุธรณ์...องค์กรยุติธรรมจะได้สูงขึ้น..อาเมน.!
                                              *ทอม พสุวัชร์*

  

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คณะกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร แต่งตั้ง พ.ต.ท.ระพิน ชาติไทย นายตำรวจน้ำดี ดำรงตำแหน่ง เป็น เลขานุการ ประจำคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ควบอีกตำแหน่ง

ตลาดพวงสว่าง 345 บางคูวัด เปิดบริการตามปรกติ พร้อมเสนอร้านใหม่ไฉไลชวนลิ้มลอง

💥วิเคราะห์ เจาะลึก วัตถุมงคลหลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน รุ่น”สยบไพรีพินาศ” รุ่นยอดนิยมแห่งอนาคต