กรมคุมประพฤติเผยเมาขับสะสมสูงถึง 293 คดี จับติด EM 9 ราย คุมประพฤติเมาขับสะสม 293 คดี ประเดิมจับติดกำไล EM 9 ราย คุมเข้มห้ามออกจากบ้าน 4 ทุ่มถึงตี 5 ระยะเวลาสูงสุด 30 วัน

.วันนี้ (31 ธันวาคม 2563) นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในวันที่ 2 ของการควบคุมเข้มงวด (30 ธันวาคม 2563) มีจำนวน 309 คดี เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 251 คดี คดีขับเสพ จำนวน 49 คดี และขับรถประมาท จำนวน 9 คดี จึงทำให้มียอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 29-30 ธันวาคม 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 407 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 293 คดี คิดเป็นร้อยละ 71.99

คดีขับเสพ จำนวน 99 คดี คิดเป็นร้อยละ 24.32

คดีขับรถประมาท จำนวน 15 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.69

จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1. จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 52 คดี 

2. จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 27 คดี และ 3. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 20 คดี เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันที่ 2 ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2563 จำนวน 5 คดี และปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 251 คดี เพิ่มขึ้น 246 คดี นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการเข้ม สำหรับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ จับติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM แล้ว จำนวน 9 ราย โดยมีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น. – 05.00 น. เป็นระยะเวลา 7-30 วัน ทั้งนี้ อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้กำชับสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ เฝ้าติดตามและควบคุมดูแลผู้กระทำผิดตลอด 24 ชั่วโมงผ่านศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว  (Electronic Monitoring Control Center - EMCC) พร้อมประสานเครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครคุมประพฤติ เตรียมพร้อมลงพื้นที่หากมีการผิดเงื่อนไขคุมความประพฤติ อธิบดีกรมคุมประพฤติ ยังฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับบ้านและเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะการสังสรรค์ ควรเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หยุดอยู่บ้าน ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม เพื่อป้องกันและลดอุบัติทางถนน ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ และผู้ถูกคุมความประพฤติยังคงเข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 67 จุด โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 699 คน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตลาดพวงสว่าง345 บางคูวัดตลาดเศรษฐกิจพอเพียงเปิดบริการแล้วอย่างยิ่งใหญ่ร้านค้า ร้านขายมาตรฐานในสินค้าและสะอาดถูกหลักอนามัยพร้อมโปรโมชั่น ไข่ไก่ฟองละ 1 บาทผักสดผลไม้เกรดดี มียำแซ่บฝีมือเด็ด ร้านชั้นนำ

คณะกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร แต่งตั้ง พ.ต.ท.ระพิน ชาติไทย นายตำรวจน้ำดี ดำรงตำแหน่ง เป็น เลขานุการ ประจำคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ควบอีกตำแหน่ง

ตลาดพวงสว่าง 345 บางคูวัด เปิดบริการตามปรกติ พร้อมเสนอร้านใหม่ไฉไลชวนลิ้มลอง