คุมประพฤติเมาแล้วขับสะสมทะลุ 1,000 คดีรับปีใหม่ ย้ำมาตรการคุมเข้ม ติดอุปกรณ์ EM พบผิดซ้ำส่งเข้าค่ายปรับพฤติกรรม

  เปิดศักราชใหม่ คุมประพฤติเมาแล้วขับสะสมทะลุ 1,028 คดี ย้ำมาตรการคุมเข้ม ติดอุปกรณ์ EM พร้อมคัดกรองพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ทุกราย หากพบเสี่ยงติดสุราส่งบำบัดสถานพยาบาล พวกกระทำผิดซ้ำส่งเข้าค่ายปรับพฤติกรรมต่อเนื่อง 3 วัน!

.

วันนี้ (2 มกราคม 2563) นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราที่ศาลสั่งคุมความประพฤติ ต้อนรับวันปีใหม่ (1 มกราคม 2564) มีจำนวนเพียง 36 คดี เนื่องจากศาลปิดทำการ ทำให้ตัวเลขสถิติยอดรวม 4 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด (29 ธันวาคม 2563 – 1 มกราคม 2564) มีจำนวนทั้งสิ้น 1,028 คดี จำแนกเป็น 

.

คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน  911 คดี คิดเป็นร้อยละ 88.62

คดีขับเสพ จำนวน  100 คดี คิดเป็นร้อยละ 9.73

คดีขับรถประมาท จำนวน    17 คดี คิดเป็นร้อยละ 1.65

.

จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับยังคงเดิม ได้แก่ 1. จังหวัดชัยภูมิ อุบลราชธานี จำนวน 105 คดี 2. จังหวัดจันทบุรี จำนวน 104 คดี และ 3. จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 99 คดี

.

เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันที่ 4 ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2563 จำนวน 404 คดี และปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 36 คดี ลดลง จำนวน  368 คดี

.

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ เน้นย้ำมาตรการคุมเข้มสำหรับผู้กระทำผิดในฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา ในการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) อีกทั้งยังมีการคัดกรองตามแบบประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกราย หากพบว่า มีความเสี่ยงสูงในการติดสุรา จะส่งบำบัดรักษาอาการติดสุรา ณ สถานพยาบาล ตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำเพื่อควบคุมเข้มงวด หรือพบว่ามีประวัติการกระทำผิดซ้ำ จะนำส่งเข้ารับการแก้ไขฟื้นฟูแบบเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นระยะเวลา 3 วันต่อเนื่อง ซึ่งมีกิจกรรมทั้งการให้ความรู้ และการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากผู้ขับรถขณะเมาสุรา เพื่อสร้างจิตสำนึกในเรื่องความรับผิดชอบต่อผลการกระทำของตัวเองที่มีต่อบุคคลอื่นและสังคม

.

อย่างไรก็ตาม ในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2564 กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย และผู้ถูกคุมความประพฤติ ยังคงสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งจัดให้มีการทำงานบริการสังคม โดยการตรวจเยี่ยม แจกน้ำดื่ม ตรวจวัดอุณหภูมิและให้คำแนะนำในการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 แก่ประชาชนที่เดินทาง ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 48 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 298 คน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คณะกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร แต่งตั้ง พ.ต.ท.ระพิน ชาติไทย นายตำรวจน้ำดี ดำรงตำแหน่ง เป็น เลขานุการ ประจำคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ควบอีกตำแหน่ง

ตลาดพวงสว่าง 345 บางคูวัด เปิดบริการตามปรกติ พร้อมเสนอร้านใหม่ไฉไลชวนลิ้มลอง

💥วิเคราะห์ เจาะลึก วัตถุมงคลหลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน รุ่น”สยบไพรีพินาศ” รุ่นยอดนิยมแห่งอนาคต