วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2564

*วช. หนุน นวัตกรรมชุดที่นอนยางพารา ตอบรับสถานการณ์โควิด-19*

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนนวัตกรรมชุดที่นอนยางพารา ผลงานต่อยอดจากโครงการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหมอนยางพาราระดับชุมชน ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดาน จังหวัดพัทลุง ตอบรับต่อสถานการณ์ปัจจุบันในการรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19นับตั้งแต่สถานการณ์ราคายางตกต่ำ ช่วงปี 2556 เป็นต้นมา ชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง ต้องเผชิญกับภาวะยางล้นตลาดและราคายางที่ตกต่ำ จนขาดความเชื่อมั่นในการทำสวนยาง อีกทั้งการปลูกพืชทดแทนยังไม่ตอบโจทย์เพียงพอ ดังนั้น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดาน ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นำโดย นายชาย คงแก้ว ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร จึงนำยางพารามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ คุณภาพ 100% โดยได้ทำการศึกษาดูงานที่สถาบันวิจัยการยาง จนเมื่อ พ.ศ. 2558 ได้ริเริ่มทำโรงงานแปรรูปน้ำยางพาราระดับชุมชนขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ยางพารา และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนชาวสวนยาง อีกทั้งโครงการวิจัยยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก วช. เมื่อปี พ.ศ. 2559 เพื่อปรับปรุงและขยายกำลังการผลิตให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้นโดยกลุ่มสหกรณ์ฯ ได้นำสูตรและวิธีการจากการศึกษาดูงานมาทดลอง ทำการปรับสูตรจนสัมฤทธิ์ผล จึงลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยกรรมวิธีหลักในการผลิต คือ น้ำยางที่ใช้ต้องผ่านการใช้หัวปั่นน้ำยาง เพื่อให้ได้ความเข้มข้น 60% ขึ้นไป จึงนำมาผสมกับสารเคมี คือ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ฟองสบู่ สารกันเชื้อรา สารกันยุบ ให้ขึ้นรูป ซึ่งการผลิตชุดที่นอนยางพารา จะมีกรรมวิธีที่แตกต่างกัน ตามองค์ประกอบการผลิตที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์อีกหลายแบบได้อย่างสมบูรณ์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้นำนวัตกรรมชุดที่นอนยางพารา คุณภาพ 100% ที่ต่อยอดมาจากโครงการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหมอนยางพาราระดับชุมชน ไปใช้เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลสนาม สังกัด กระทรวง อว. ในการรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เนื่องด้วยคุณสมบัติที่มีความนุ่มและยืดหยุ่นสูง รองรับสรีระการนอน สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่สะสมฝุ่นและเชื้อโรค อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 10 ปี โดยปัจจุบันได้มอบไปแล้วทั้งสิ้น 1,400 ชุดนายชาย คงแก้ว ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตร จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ชุดที่นอนยางพารา 100% มีขนาดและคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการนอนหลับพักผ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องวิตกกังวล มีความเครียด จนอาจส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อน ซึ่งชุดที่นอนยางพารามีคุณสมบัติในการช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ในอนาคตจึงอยากให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยไทย ช่วยขยายผลเรื่องการแปรรูปมากยิ่งขึ้น ทั้งในระดับชุมชนและในระดับอุตสาหกรรม เพราะเชื่อมั่นว่าการแปรรูปยางพาราจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้ ปัจจุบันกลุ่มสหกรณ์ ฯ ได้พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้การแปรรูป (จุดสาธิตการแปรรูปหมอนยางพารา) เพื่อให้ความรู้กับบุคคลทั่วไป รวมถึงมีการขยายผลและถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังโรงงานในหลายจังหวัดทั่วประเทศ จึงถือได้ว่าชุดที่นอนยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับสังคมอย่างได้แท้จริง




วช. เปิดตัว “ข้าวอัลตร้าซาวด์” เครื่องมือแพทย์ทำจากข้าวเจ้า รายแรกของโลก

นักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คิดค้นนวัตกรรมข้าวอัลตร้าซาวด์ เจลข้าวสำหรับช่วยตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ เพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย ล่าสุดคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับดี สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในอาเซียน อุปกรณ์การแพทย์ที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งรวมถึงเจลอัลตร้าซาวด์ ที่แพทย์นำมาใช้ตรวจในช่องท้อง ปัญหานี้เอง นักวิจัยจึงได้คิดค้นเจลข้าวสำหรับช่วยตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ จนเป็นผลสำเร็จ วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับดี สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ “ข้าวอัลตร้าซาวด์” เจลข้าวสำหรับช่วยตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ แก่ นายแพทย์สิทธิพร บุณยนิตย์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นายแพทย์สิทธิพร บุณยนิตย์ เปิดเผยว่า ข้าวอัลตร้าซาวด์ เป็นเจลทางการแพทย์ ที่ใช้เป็นตัวกลางส่งผ่านคลื่นเสียงความถี่สูงของคลื่นอัลตร้าซาวด์ เพื่อตรวจวิเคราะห์อวัยวะภายในร่างกายผู้ป่วย โดยเจลทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นระหว่างหัวตรวจที่โค้งมนของเครื่องอัลตราซาวด์กับผิวหนังของผู้ป่วย ข้าวอัลตร้าซาวด์ เกิดจากการนำข้าวเจ้ามาเป็นวัตถุดิบหลัก ในการผสมร่วมกับสารละลายกลีเซอรีน  สารโซเดียมไฮดรอกไซด์ สารเมทธิลพาราเบน และน้ำตาลซูโครส ผลปรากฏว่าค่าความเป็นกรด-ด่างความชื้นสัมพัทธ์ กับความหนืด ความเหลวของเจลตรงตามมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ แต่สามารถทำความสะอาดผิวได้ด้วยน้ำเปล่า กลิ่นก็ไม่ฉุน คุณภาพของภาพอัลตร้าซาวด์ เมื่อได้นำไปทดสอบใช้งานจริงในมนุษย์ พบว่าเจลอัลตร้าซาวด์จากข้าวเจ้ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สร้างภาพจำลองได้คมชัดมากกว่าเจลอัลตร้าซาวด์จากต่างประเทศ แนวคิดที่เลือกข้าวเจ้ามาเป็นวัตถุดิบ เนื่องจากข้าวเจ้า เป็นสารอินทรีย์ เมื่อมีความชื้นปนอยู่มากจะเกิดปฏิกิริยาเคมีไปส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลชีพและมอดแมลง ทำให้องค์ประกอบข้าวทุกส่วนบูดเน่าได้โดยเร็ว การลดความชื้นในข้าวเปลือกจะเป็นวิธีพื้นฐาน เพื่อช่วยถนอมข้าวให้เก็บรักษาได้นานขึ้น อีกทั้งการแปรรูปข้าวไปเป็นเครื่องมือแพทย์ ก็จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวได้อีกหลายสิบเท่าตัวสำหรับการต่อยอดทางนักวิจัยได้ร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต มีการขึ้นทะเบียนสินค้าทางการแพทย์ ที่ออกโดย กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไทย และในขณะนี้ ได้เริ่มผลิตสินค้าต้นแบบตามระเบียบเครื่องมือแพทย์ไทย และดำเนินการทางการตลาด โดยทดลองจำหน่าย จ่ายและแจกผลิตภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์คิดค้นให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศได้ทดลองใช้ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 ให้ข้าวอัลตร้าซาวด์ เนื่องจากเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำขึ้นจากข้าวเจ้ารายแรกของประเทศไทยและของโลก ที่ได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติทางกายภาพทางเคมี และทางชีวภาพตามมาตรฐาน ISO 13485 ว่ามีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยเท่าเทียมกับเจลอัลตร้าซาวด์ ของต่างประเทศ สามารถผลิตและจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ตามกฎระเบียบกระทรวงสาธารณสุขไทย และช่วยลดการนำเข้า เพิ่มการส่งออกเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันเชิงวิจัยพัฒนาวิชาการของนักวิทยาศาสตร์ไทยไปสู่แนวหน้าของโลก อีกด้วย

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศร่วมใจบริจาคโลหิต แก้วิกฤติโลหิตขาดแคลนช่วยสภากาชาดไทย

ตามที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การระบาด COVID-19 ระลอกใหม่ ทำให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างมากทุกแห่งเป็นประวัติการ สาเหตุจากหน่วยงานยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต พนักงานหลายองค์กรต้องทำงานที่บ้าน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดหรือมีการกักตัว ส่งผลให้โรงพยาบาลทุกแห่งขาดโลหิต ไม่มีโลหิตเพียงพอในการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วย ทำให้โลหิตขาดแคลนหนัก วิกฤติทั่วประเทศกองทัพอากาศจึงได้จัดทำโครงการ “กองทัพอากาศร่วมใจบริจาคโลหิต แก้วิกฤติโลหิตขาดแคลนช่วยสภากาชาดไทย” พร้อมขอเชิญชวนประชาชน ข้าราชการทหารอากาศและครอบครัวที่มีสุขภาพดี ช่วยบริจาคโลหิตอย่างเร่งด่วน โดยมาบริจาคโลหิตได้ที่ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๔ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๔.๐๐ น.  และเนื่องจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-๑๙ ของทางราชการ ทำให้สามารถรับบริจาคโลหิตได้ไม่เกิน ๕๐ คน/ชั่วโมง ผู้ที่ต้องการบริจาคโลหิตสามารถดาวน์โหลดใบสมัครผู้บริจาคเลือดและแบบคัดกรองตนเองเพื่อประเมินความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19  ได้ทาง https://blooddonationthai.com/?page_id=491 โดยกรอกข้อมูลรายละเอียดและตอบคำถาม แล้วนำมายื่นให้เจ้าหน้าที่ที่จุดรับบริจาคโลหิต เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดความคับคั่งทางธุรการเพื่อความมั่นใจและปลอดภัยในการบริจาคโลหิต จึงกำหนดมาตรการ ดังนี้

๑. สำหรับผู้บริจาคโลหิต ขอให้คัดกรองตนเองก่อนมาบริจาคโลหิต เช่น หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ตาแดง มีผื่นขึ้น เดินทางไปยังสถานบันเทิง ตลาด สถานที่แออัด พื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาด หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย/ ผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 ต้องงดบริจาคโลหิตอย่างน้อย ๑๔ วัน
๒. สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 สามารถบริจาคโลหิตได้ ดังนี้
- กรณีฉีดวัคซีน Sinovac เว้น ๑ สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้
- กรณีฉีดวัคซีน Astrazeneca และ Johnson & Johnson เว้น ๔ สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้
- หากมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้รอหลังหายดีแล้ว เว้น ๑ สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้
๓. ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในพื้นที่สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีแอลกอฮอล์เจลล้างมือทุกจุดสัมผัส สถานที่และอุปกรณ์สะอาดปลอดเชื้อ จัดให้มีการเว้นระยะห่างทุกจุดของกระบวนการบริจาคโลหิตทั้งนี้ ขอความร่วมมือ ผู้บริจาคโลหิตต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงตามความเป็นจริง ต้องมั่นใจว่าไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากไม่แน่ใจ ควรงดการบริจาคโลหิตชั่วคราว เพื่อเว้นระยะเวลาการพบเชื้อ ๑๔ วัน ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโลหิต และตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่รับบริจาค  และภายใน ๑๔ วัน หลังจากการบริจาคโลหิตแล้ว หากพบหรือได้รับการยืนยันว่าติดโรค COVID-19 ผู้บริจาคโลหิตต้องแจ้งให้หน่วยงานที่ไปบริจาคโลหิตทราบทันที เพื่อจะได้ดำเนินการกักกันหรือเรียกคืนส่วนประกอบโลหิตกลับมาและไม่นำไปใช้รักษาผู้ป่วยรายอื่น

ขอขอบคุณภาพและข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์
กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
27/04/2564

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2564

รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อ โควิด-19 ณ วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 🇹🇭🇹🇭ประเทศไทย


วันนี้มีผู้ติดเชื้อ 2,048 ราย

รวมผู้ติดเชื้อสะสม 57,508 ราย

-เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้น 1,991 ราย

-เป็นผู้ติดเชื้อที่กลับจากต่างประเทศใน Quarantine เพิ่มขึ้น 10 ราย

-เป็นผู้ติดเชื้อจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกวันนี้ 47 ราย (ยอดผู้ติดเชื้อสะสมจาก

การตรวจคัดกรองเชิงรุกอยู่ที่ 21,707 ราย) 

เสียชีวิตรวม 148 ราย(วันนี้มีรายงาน

ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8 ราย)

รักษาหายป่วยแล้ว 31,593 ราย(54.94%) 

(มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 480 ราย)

รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 25,767 รายผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ

2,038 ราย มีรายละเอียดดังนี้

จากกรุงเทพฯ(901) ปริมณฑล (311) จังหวัดอื่น ๆ (826)

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นผู้ที่เดินทาง

มาจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นในวันนี้ 10 ราย 

และเข้า Quarantine โดยเข้ารับ

การรักษาที่กรุงเทพฯ(5)  นนทบุรี(2)  ชลบุรี(1) และ อยู่ระหว่างประสาน (2)

มีรายละเอียดดังนี้- จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1  ราย

- จากประเทศปากีสถาน 1 ราย

- จากประเทศจีน 1 ราย

- จากประเทศอินดีย 4 ราย

- จากประเทศตุรกี 1 ราย

- จากประเทศฮังการี 1 ราย

- จากประเทศกาตาร์ 1 ราย

🌐 สถานการณ์โลกในวันนี้

- ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 147.7 ล้านราย มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 3 ล้านราย

(คิดเป็นร้อยละ 2.1 ของจำนวนผู้ติดเชื้อ) 

ในขณะที่ผู้รักษาหายมีจำนวน 125 ล้านราย (คิดเป็นร้อยละ 84.8)

- สหรัฐอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 34,736 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 1 ของโลก อยู่ที่ 586,152  ราย 

- อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 17 ล้านรายแล้ว โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 354,531 ราย ทั้งนี้ยอดผู้รักษาหายในอินเดียอยู่ที่ 14 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 82.6

- ไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 106 และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 141 ของโลก🌐 สถานการณ์อาเซียนในวันนี้

- เมียนมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 142,712 ราย โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยในรอบ 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 13 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 3,206 ราย

- มาเลเซีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 392,942 ราย โดยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่

อยู่ที่ 2,690 ราย

- กัมพูชา ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 9,975 ราย 

มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 74 ราย 

- ลาว ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 323 ราย

โดยกำลังรักษาอยู่ 274 ราย

- เวียดนาม ผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 10 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 35 ราย

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค 

และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรม

การแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา 

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ 

วิจัยและนวัตกรรม

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

"ปลื้มปีติน้ำพระทัย ในหลวง-พระราชินี"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน "น้ำยาตรวจ PCR COVID-19 " ให้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ จำนวน ๑๐,๐๐๐ ชุด มูลค่ารวม ๗,๒๐๐,๐๐๐ บาท

  ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) มีประชาชน และข้าราชการทั้งในส่วนกองทัพอากาศ และนอกกองทัพอากาศ มาขอรับการตรวจเป็นจำนวนมาก และการตรวจแบบเต็มศักยภาพของโรงพยาบาล จะช่วยให้การวินิจฉัยโรคมีประสิทธิภาพ และช่วยลดการแพร่กระจายโรคได้เป็นอย่างดี จำนวนน้ำยาตรวจ PCR COVID-19 ในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลจึงเริ่มขาดแคลน จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอรับพระมหากรุณาธิคุณขอพระราชทานน้ำยาตรวจ PCR COVID-19 เพื่อให้มีเตรียมพร้อมสำหรับการดูแลประชาชนด้านเหนือของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เป็นโรงพยาบาลรัฐแห่งเดียว ที่ดูเเลประชาชนสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) เกือบ ๒ แสนคน ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงต่อไป
ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานราชการ กรมแพทย์ทหารอากาศ ขอพระบรมราชานุญาต กราบพระบาท ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ขอขอบคุณภาพและข่าว

กองประชาสัมพันธ์

สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์

กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ

๒๒ เมษายน ๒๕๖๔

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศจัดพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ดอนเมือง)ณ อาคารฝึกและทดสอบสมรรถภาพทหารอากาศ ๒ (สนามกีฬาจันทรุเบกษา)

วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. พลอากาศเอก แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ดอนเมือง) ณ อาคารฝึกและทดสอบสมรรถภาพทหารอากาศ ๒ (สนามกีฬาจันทรุเบกษา)  โดยมี พลอากาศตรี นายแพทย์ สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, นายแพทย์ภูมินทร์  ศิลาพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และนายประเสริฐ  บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท โกลบอล เคมิคอล เข้าร่วมพิธี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ ระลอกใหม่ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ติดเชื้อหลากหลายอาชีพเพิ่มมากขึ้น และขยายวงกว้างไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว กระทรวงกลาโหมจึงได้สั่งการให้เหล่าทัพจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้น เพื่อรองรับขีดจำกัดของสถานพยาบาลต่างๆกองทัพอากาศ โดยโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศและราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  ซึ่งมีหนังสือบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงร่วมมือกันจัดตั้งโรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ดอนเมือง) ขึ้น ณ บริเวณพื้นที่ อาคารฝึกและทดสอบสมรรถภาพทหารอากาศ ๒ (สนามกีฬาจันทรุเบกษา) โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเหมาะสมสูงสุด ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการและสามารถดูแลตัวเองได้ สามารถรองรับผู้ติดเชื้อทั้งประชาชนและกำลังพลของกองทัพอากาศได้จำนวน ๑๒๐ เตียง โดยมีการแบ่งโซนการเฝ้าระวังของผู้ป่วยชาย ที่ชั้นล่าง จำนวน ๗๐ เตียง และโซนการเฝ้าระวังของผู้ป่วยหญิง ที่ชั้นบน จำนวน ๕๐ เตียง โดยมีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แต่ละเตียงเรียบร้อย ได้แก่ ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ตู้เก็บของ ถังขยะ และพัดลมส่วนตัว นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ดูแลตลอด ๒๔ ชั่วโมง การรักษาความปลอดภัยภายในอาคารด้วยการ CCTV รอบอาคาร (๒๒ จุด) และเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารอากาศ ดูแลรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคาร  พร้อมกันนี้ได้นำน้องถาดหลุมหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติซึ่งเป็นผลงานวิจัยของโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช มาใช้ในการลำเลียงอาหาร ยา เสื้อผ้า ให้แก่ผู้ติดเชื้อเพื่อลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ด้วยสำหรับตัวอาคารมีรั้วกั้นโดยรอบพื้นที่ การกำหนดเส้นทางการเข้าออก ทั้งเส้นทางที่ปลอดเชื้อ และเส้นทางกรณีฉุกเฉิน  ซึ่งมีการซักซ้อมการปฏิบัติให้แก่เจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้กองทัพอากาศขอให้ประชาชนและกำลังพลของกองทัพอากาศมั่นใจว่า โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ดอนเมือง) ได้รับการตรวจและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ตลอดจนมีความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ เวชภัณฑ์สิ่งอำนวยความสะดวก  พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยกรมแพทย์ทหารอากาศ กำหนดหลักเกณฑ์ในการรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ ดังนี้

จะต้องเป็นผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาจาก รพ.ภูมิพล ฯ แล้ว ๓-๔ วันและมีอาการคงที่

อายุมากกว่า ๑๘ ปี น้อยกว่า ๖๐ ปี 

ช่วยเหลือตัวเองได้ดี

น้ำหนักตัวไม่เกิน ๙๐ กก.

ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่หอบ 

ไม่มีโรคประจำตัว ยกเว้น โรคความดันโลหิตสูงที่สามารถความคุมอาการโรคได้

ไม่มีภาวะทางจิตเวช

ไม่ใช้สารเสพติด

สื่อสารภาษาไทยได้ดีทั้งนี้กองทัพอากาศจะใช้ขีดความสามารถทั้งด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขเพื่อการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยมุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และปลอดภัยจากเชื้อไวรัส COVID-๑๙ ตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม



ขอขอบคุณภาพและข่าว

กองประชาสัมพันธ์

สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์

กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ

๒๑ เมษายน ๒๕๖๔

วันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2564

ปิดยอด 7 วันคุมเข้มช่วงสงกรานต์ เมาขับสูงถึง 6,061 คดี อุบลราชธานีแชมป์อันดับหนึ่ง

วันที่17 เมษายน 2564 นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยปิดยอดสถิติคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติวันสุดท้ายของการควบคุมเข้มงวดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (16 เมษายน 2564) มีคดีพุ่งสูงถึง 2,365 คดี เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 2,251 คดี ขับเสพ 112 คดี ขับรถประมาท 2 คดี สรุปยอดสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 6,188 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา  จำนวน  6,061 คดี คิดเป็นร้อยละ 97.95

คดีขับเสพ     จำนวน    123 คดี  คิดเป็นร้อยละ  1.99 

 คดีขับรถประมาท     จำนวน      4 คดี  คิดเป็นร้อยละ 0.06จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 492 คดี จังหวัดเชียงราย จำนวน 356 คดี และจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 322 คดีเมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติคดีขับรถในขณะเมาสุราช่วงสงกรานต์ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2564 พบว่า สงกรานต์ปี 2562 มีจำนวน 12,325 คดี สงกรานต์ปี 2564 จำนวน 6,061 คดี  ลดลง 6,264 คดี คิดเป็นร้อยละ 50.82      ในส่วนของการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือกำไล EM ตามคำสั่งศาล ในวันสุดท้ายของการควบคุมเข้มงวดจำนวน 6 ราย ทำให้ยอดสะสม 7 วัน จำนวนทั้งสิ้น 25 ราย ส่วนใหญ่มีเงื่อนไขตั้งแต่ 22.00 น. – 04.00 น. เป็นระยะเวลา 15 วัน พักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 6 เดือน ทั้งนี้ สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศเฝ้าติดตามและควบคุมดูแลผู้กระทำผิดตลอด 24 ชั่วโมงผ่านศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว  (Electronic Monitoring Control Center - EMCC) พร้อมประสานเครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครคุมประพฤติ เตรียมพร้อมลงพื้นที่หากมีการผิดเงื่อนไขคุมความประพฤติ ซึ่งจังหวัดที่ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM สูงสุด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มีจำนวนถึง 22 ราย 

  อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวต่อว่า ผู้กระทำผิดที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ โดยเฉพาะผู้กระทำผิดในฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุราทุกราย จะต้องผ่านการคัดกรองแบบประเมินการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากพบว่า มีความเสี่ยงสูงในการติดสุรา กรมคุมประพฤติจะส่งเข้ารับการบำบัดรักษา ณ สถานพยาบาล สำหรับผู้กระทำผิดที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ หรือมีประวัติการกระทำผิดซ้ำ ต้องเข้ารับการแก้ไขฟื้นฟูแบบเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นระยะเวลา 3 วันต่อเนื่อง และยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมความประพฤติ อาทิ รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และทำงานบริการสังคม เป็นต้น  สำหรับ วันสุดท้ายของการควบคุมเข้มงวดช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2564 กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ได้ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการประชาชน และอำนวยความสะดวก ประจำจุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 80 จุด และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย อาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย เจ้าหน้าที่ และผู้ถูกคุมความประพฤติ 356 คน นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน แจกน้ำดื่ม ตรวจวัดอุณหภูมิ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการ เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับอย่างปลอดภัย และห่างไกลโควิด

สร.กฟภ.ได้จัดทำครัวสหภาพฯ กฟภ.เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชินี ตลอดทั้งเดือนเพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพฯ

คณะกรรมการบริหาร สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำโดย นายกิตติชัย ใสสะอาด ประธาน สหภาพฯกฟภ,นายพรพิรุณ หวลคนึง เลขาธิการ, นายธนนริ...