วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

เสนาธิการทหารอากาศ ตรวจความก้าวหน้าศูนย์บริการวัคซีนกองทัพอากาศ ณ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช

วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ พลอากาศเอก แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ มอบหมายให้ พลอากาศเอก ชานนท์  มุ่งธัญญา เสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการกองบังคับการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพอากาศ (ผอ.บก.ศปม.ทอ.) ตรวจความก้าวหน้าการจัดตั้งสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีนของกองทัพอากาศ ซึ่งได้มอบหมายให้ ศูนย์ปฏิบัติการพลเรือน-ทหาร ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ (ศป.พรท.ศบภ.ทอ.) จัดตั้งศูนย์บริการวัคซีนกองทัพอากาศขึ้น เพื่อเพิ่มจุดบริการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนและข้าราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานครในโอกาสนี้ พลอากาศเอก ชานนท์ ฯ เสนาธิการทหารอากาศ ได้ตรวจความก้าวหน้าการจัดเตรียมพื้นที่ การติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ขั้นตอนและจุดต่าง ๆ การติดตั้งระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าสำรอง การติดตั้งคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับลงทะเบียน การติดตั้งเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับการฉีด ห้องพยาบาลสำหรับผู้มีอาการข้างเคียง และสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับประชาชนที่มาให้บริการ ทั้งนี้ ศูนย์บริการวัคซีนกองทัพอากาศ ณ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช สามารถรองรับผู้มารับบริการฉีดวัคซีนได้วันละ ๑,๐๐๐ คน ในเบื้องต้นจะบริการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพลของกองทัพอากาศที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง หรือผู้ที่ปฏิบัติภารกิจในการดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อ กลุ่มเสี่ยง และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อ (DMHTTA) มีจุดพักรอเพื่อสังเกตอาการหลังฉีดวัคซีน โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ จากกรมแพทย์ทหารอากาศ ดูแลอย่างใกล้ชิด 

                                   พร รวิธนิษฐา/รายงาน







วช. เสริมนักวิจัยจุฬาฯ คว้ารางวัลจากจีน พัฒนาสมุนไพรนาโนสูตรเย็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย

    จากปัญหาการนั่งทำงาน หรือการใช้คอมพิวเตอร์รวมถึงโทรศัพท์มือถือ เป็นระยะเวลานานมักจะทำให้เกิดภาวะปวดเมื่อยหรือภาวะตึงของกล้ามเนื้อตามมา ทีมนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คิดค้นนวัตกรรมสเปรย์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทย ในรูปแบบสเปรย์นาโนสูตรเย็น เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย คลายความเครียด และความกังวลจากอาการปวดเมื่อยที่เกิดจากการทำงาน  และจากภาวะออฟฟิศซินโดรม     สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำนักวิจัย และนักประดิษฐ์ จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมการประกวดนวัตกรรม “The 5th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo” ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 - 17 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งนวัตกรรม “สเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย” ของนางสาววราภรณ์  โชติสวัสดิ์, และคณะ แห่งหน่วยชีวเคมี ภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมประกวดจนสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองแดง มาครอง         นางสาววราภรณ์  โชติสวัสดิ์ หัวหน้าทีมนักวิจัย เปิดเผยว่า กระบวนการวิจัยเริ่มจากการนำผักคราดหัวแหวน และน้ำมันหอมระเหยระกำมาทำเพราะเป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายบวกกับมีสรรพคุณลดการปวดตึง หรืออักเสบของกล้ามเนื้อ ส่วนน้ำมันหอมระเหยระกำมีสรรพคุณช่วยระงับอาการปวดชนิดใช้เฉพาะที่สำหรับบรรเทาอาการปวดที่ไม่รุนแรง เช่น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อจากภาวะตึง  ซึ่งจะทำให้รู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสถูกผิวหนังในระยะแรก จากนั้นจะค่อย ๆ อุ่นขึ้น ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้  สมุนไพรอีกชนิดหนึ่งคือ ผักคราดหัวแหวนมีสารสกัดที่สำคัญ คือ สารสปิแลนทอล มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ และยังมีฤทธิ์โดดเด่นที่ช่วยลดการอักเสบและลดการปวดกล้ามเนื้อได้ดี  ทีมนักวิจัยได้นำสมุนไพรทั้งสองมาต่อยอดเป็นภูมิปัญญาไทย โดยนำสมุนไพรไทยทั้งสองชนิดนี้มาเป็นส่วนผสมและเตรียมในรูปแบบสเปรย์นาโนสูตรเย็น   นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีนี้ช่วยออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น บรรเทาภาวะปวดเมื่อยหรือตึงของกล้ามเนื้อได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  สำหรับนวัตกรรมระบบนําส่งด้วยนาโนเทคโนโลยี หรือ ตัวพาอนุภาคนาโน เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย ว่าเป็นกุญแจสําคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์สําคัญต่าง ๆ การนำส่งสารสำคัญผ่านทางผิวหนัง อนุภาคนาโนไขมัน มีข้อดีในการนำส่งตัวยาหรือสารสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบอื่น ๆ ช่วยเพิ่มการแทรกผ่านผิวหนัง ทำให้การซึมผ่านของตัวยาหรือสารสำคัญที่ปล่อยออกจากอนุภาคเพิ่มสูงขึ้น และจากสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวดและการอักเสบของน้ำมันหอมระเหยระกำ และสารสปิแลนทอลจากผักคราดหัวแหวน การใช้สารสำคัญทั้งสองชนิดร่วมกันย่อมส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการรักษาหรือบรรเทาอาการปวดและการอักเสบได้ดี จึงได้ประดิษฐ์อนุภาคนาโนอินทรีย์กักเก็บน้ำมันหอมระเหยระกำ และสารสปิแลนทอลจากผักคราดหัวแหวน ด้วยเทคโนโลยีการกักเก็บระดับนาโน  ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง เพิ่มประสิทธิภาพการซึมผ่านผิวหนัง โดยไม่ทิ้งคราบมันบนผิว และไม่เหนียวเหนอะหนะ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่หาได้ง่ายในประเทศ  การพัฒนาต่อยอด ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ได้อยู่ในขั้นตอนการยื่นขอเลข อย. เพื่อให้สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงตามกฎหมายอาหารและยาของประเทศไทย  และในอนาคตทางทีมนักวิจัยหวังว่านวัตกรรมจะช่วยเพิ่มขีดจำกัดในการพัฒนาประเทศ รวมถึงส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยที่หาได้ง่ายในประเทศเพื่อให้เกษตรกรได้มีรายได้จากการปลูกพืชสมุนไพร อีกด้วย

         ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัย กล่าวว่า  วช. ได้ส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการนำผลงานที่มีคุณภาพและมีศักยภาพด้านการวิจัยและด้านการประดิษฐ์คิดค้น เข้าร่วมการประกวดผลงานในเวทีระดับนานาชาติเสมอมา ทำให้ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของคนไทยที่ไปเผยแพร่ เป็นที่รู้จักสามารถนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลงาน และเปิดโอกาสให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ อันจะนำไปสู่ผลงานที่ได้มาตรฐานเกิดการยอมรับจากผู้ใช้งาน และเป็นที่ต้องการทางการตลาดและก้าวสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป



วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 มอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัส และถุงยังชีพ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ เยียวยา เจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัว

ตามนโยบายของพลเอก.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัส รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการช่วยเหลือดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว
    วันที่27/05/2564 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สำนักงานเขตหลักสี่, ศูนย์บริการสาธารณสุข 53, และ ภาคเอกชน อาทิ บริษัท ลาชาด้า จำกัด และบริษัท คราวน์ คัปเปิสส์ เอวิเอชั่น อีควิปเม้นท์ ซัพพลายส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกันจัดกิจกรรม "ตม.ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19" ณ อาคารที่พักส่วนกลาง ตร. (ทุ่งสองห้อง) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
      พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผบก.ประจำ บช.น. รรท.ผบก.น.2, คุณสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผู้อำนวยการเขตหลักสี่, นายแพทย์วุฒิชัย หมู่สกุลชัย นายแพทย์ประจำศูนย์บริการสาธารณสุข 53 ทุ่งสองห้อง, น.ส.ญานิชชณัฏฐ์ เฉลิมเตียรณ รองประธานอาวุโส ฝ่ายรัฐสัมพันธ์ บริษัท ลาชาด้า จำกัด, นส.วัลวิสา พงษ์อักษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท คราวน์ คัปเปิลส์ เอวเอชั่น อิควิปเมันท์ ซัฟพลายส์ แอนด์เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกันมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ หน้ากากอนามัย, เจลแอลกอฮอล์, น้ำยาฆ่าเชื้อ, อุปกรณ์ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ และถุงยังชีพ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ เยียวยา เจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวที่อาศัยในอาคารที่พักส่วนกลาง (ทุ่งสองห้อง) จำนวน 918 ห้อง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัว ประมาณ 2,500 คน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาตโรคติดต่อโควิด-19 รวมจำนวน 1,600 ชุด โดยมี พล.ต.ต.สุรชัย เจ็ดพี่น้องร่วมใจ ผบก.สก. ตัวแทนจากอาคารที่พักส่วนกลาง (ตร.) เป็นผู้แทนในการรับมอบอุปกรณ์และถุงยังชีพดังกล่าว เพื่อนำไปแจกจ่ายต่อไป 
      ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจังยอดสุข ผบ.ตร และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ได้ฝากความห่วงใยและให้กำลังใจไปยังพี่น้องประชาชน ทั้งคนไทยและคนต่างชาติในการร่วมกันฝ่าวิกฤติ และเราจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน
                                     พร รวิธนิษฐา/รายงาน








วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

เที่ยวบินพิเศษของกองทัพอากาศรับคนไทยจากอินเดียกลับสู่ประเทศไทย

วันที่๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑๙ (A 340 – 500) จำนวน ๑ เครื่อง เพื่อเชิญเครื่องผลิตออกซิเจนและถังบรรจุก๊าซออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์พระราชทาน ในการช่วยเหลือชาวอินเดียที่ประสบภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ไปยังสถานเอกอัครรราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยออกเดินทางไปสาธารณรัฐอินเดียในช่วงเช้าวันนี้ โดยเมื่อเดินทางถึงสาธารณรัฐอินเดียได้ส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจนและถังบรรจุก๊าซออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์พระราชทาน พร้อมทั้งสิ่งของทั้งหมดจาก สมาคมอินเดียในประเทศไทย, หอการค้าไทยอินเดียและสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีอินเดียในประเทศไทย ให้แก่สภากาชาดอินเดีย (Indian Red Cross Society) เพื่อนำไปช่วยชาวอินเดียที่ติดเชื้อ COVID-19 ต่อไป พร้อมกันนี้ได้รับข้าราชการของสถานเอกอัครราชทูตที่ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน ๓ คน ผู้ที่ไม่พบเชื้อแต่มีความเสี่ยงสูง จำนวน ๑ คน และคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย จำนวน ๓๒ คนตามที่ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ทีมงานบุคลากรทางการแพทย์จากสถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในการนำผู้ป่วยติดเชื้อเดินทางกลับประเทศไทยด้วย โดยได้กำหนดมาตรการและการเตรียมผู้โดยสารก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร มาตรการและการปฏิบัติตัวของผู้โดยสารระหว่างอยู่บนเครื่องบิน มาตรการขั้นตอนการดำเนินการและการปฏิบัติเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร ๒ กองบิน ๖ การส่งผู้ได้รับเชื้อและผู้ป่วย รวมถึงมาตรการขั้นตอนการดำเนินการหลังส่งผู้ป่วยและผู้โดยสารแล้วเสร็จของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-๑๙ ของบุคลากรที่เดินทางไปในเที่ยวบินนี้ทั้งหมด ซึ่งกรมควบคุมโรคได้จัดเตรียมยานพาหนะ โรงพยาบาลปลายทางที่จะรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ และสถานกักกันตัวไว้เรียบร้อยแล้ว


















ขอขอบคุณภาพและข่าว

กองประชาสัมพันธ์

สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์

กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ

๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔


วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

วช. มอบหน้ากาก KN95 ช่วยบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลสนาม มอ. ปัตตานี

 วันที่7 พฤษภาคม 2564

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ทำการส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 จำนวน 5,000 ชิ้น ให้กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ รับมือสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95พร้อมทั้งกล่าวถึงการสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยมี นางสาวนันทนา มีประเสริฐ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รับมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 ซึ่งจะนำไปใช้งานในโรงพยาบาลสนาม เพื่อรับมือสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในโอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีบทบาทภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย ให้ก้าวไปข้างหน้า ตลอดจนสนับสนุนกลไกการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์สำคัญของประเทศจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 วช. พร้อมให้การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อให้บุคลากร เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล พร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่รองรับผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และขอให้มั่นใจว่า วช. พร้อมร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อทำหน้าที่ดูแลประเทศไทยให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ด้วยกันอีกครั้งนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95  เป็นผลงานของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ที่ออกแบบและพัฒนาหน้ากากอนามัยชนิด KN95 เพื่อใช้ทางการแพทย์ เน้นออกแบบเพิ่มความกระชับให้แนบเข้ากับใบหน้า รอบจมูกและปาก เพื่อป้องกันโรคติดต่อ ทางเดินหายใจจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 และป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) หน้ากากอนามัย ชนิด KN95 ผ่านการทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานจากห้องปฏิบัติการ เทียบเท่ากับสินค้าท้องตลาด และวัสดุผลิตได้ในประเทศประเมินราคาต้นทุนต่อหน่วย เมื่อเทียบราคาตลาด จะถูกกว่า 20-30 บาทต่อชิ้น โครงการการวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก วช. เพื่อผลิตและขยายกำลังการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล และเพียงพอและตรงตามความต้องการของท้องตลาด อีกด้วย


กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดโครงการประกวดนโยบายทางเลือกและแนวคิดริเริ่มการพัฒนาชุมชนยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “ ชุมชนยั่งยืนหวนคืนวัฒนธรรม (Sustainable and Cultural Community) ”

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการประกวดนโยบายทางเลือกและแนว...