กองทัพอากาศจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตในโครงการ “กองทัพอากาศ ร่วมใจบริจาคโลหิต แก้วิกฤตโลหิตขาดแคลน ช่วยสภากาชาดไทย”

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2564) เวลา 09.30 น. พลอากาศเอก แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมกิจกรรมบริจาคโลหิตในโครงการ “กองทัพอากาศ ร่วมใจบริจาคโลหิต แก้วิกฤตโลหิตขาดแคลน ช่วยสภากาชาดไทย” และให้กำลังใจประชาชน ข้าราชการของกองทัพอากาศที่เข้าร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ พร้อมทั้งส่งมอบโลหิตให้กับสภากาชาดไทย จำนวน 123,300 มิลลิลิตร โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ ชัยเวช  นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้แทนในการรับมอบ ณ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) เป็นเหตุให้หน่วยงานยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต พนักงานหลายองค์กรต้องทำงานที่บ้าน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดหรือมีการกักตัว จึงทำให้เกิดภาวะวิกฤตขาดแคลนโลหิตเป็นจำนวนมาก สภากาชาดไทยไม่มีโลหิตสำรองเพียงพอสำหรับจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 340 แห่ง ซึ่งมีความต้องการใช้โลหิตวันละ 6,500 - 7,000 ยูนิต ปัจจุบันปริมาณโลหิตบริจาคทั่วประเทศ ได้เพียงวันละ 2,000 ยูนิตเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลประชาชนที่เจ็บป่วยโดยตรง กองทัพอากาศจึงได้เชิญชวนประชาชน ข้าราชการของกองทัพอากาศและครอบครัวที่มีสุขภาพดี ช่วยบริจาคโลหิตอย่างเร่งด่วน และส่งมอบให้กับสภากาชาดไทยเพื่อนำไปใช้ในการรักษาพยาบาลประชาชนที่เจ็บป่วยต่อไป โดยกิจกรรมบริจาคโลหิตนั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น.(วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2564) ณ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ซึ่งการจัดกิจกรรมการบริจาคโลหิต ฯ ในครั้งนี้ กองทัพอากาศได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ของทางราชการ ทำให้สามารถรับบริจาคโลหิตได้ไม่เกิน 50 คน/ชั่วโมง สำหรับการบริจาคโลหิตในครั้งนี้มียอดผู้เข้าร่วมบริจาค 369 คน บริจาคได้ 274 คน และตรวจเลือดไม่ผ่าน 95 ปริมาณโลหิตที่ได้รับบริจาคทั้งสิ้น 123,300 มิลลิตรสำหรับการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ กองทัพอากาศได้กำหนดตามมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจและปลอดภัยในการบริจาคโลหิต ดังนี้

1. สำหรับผู้บริจาคโลหิต ขอให้คัดกรองตนเองก่อนมาบริจาคโลหิต เช่น หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ตาแดง มีผื่นขึ้น เดินทางไปยังสถานบันเทิง ตลาด สถานที่แออัด พื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาด หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย/ ผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 ต้องงดบริจาคโลหิตอย่างน้อย 14 วัน

2. สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 สามารถบริจาคโลหิตได้ ดังนี้

  - กรณีฉีดวัคซีน Sinovac เว้น 1 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้

  - กรณีฉีดวัคซีน Astrazeneca และ Johnson & Johnson เว้น 4 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้

  - หากมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้รอหลังหายดีแล้ว เว้น 1 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้

3. ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในพื้นที่สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีแอลกอฮอล์เจลล้างมือทุกจุดสัมผัส สถานที่และอุปกรณ์สะอาดปลอดเชื้อ จัดให้มีการเว้นระยะห่างทุกจุดของกระบวนการบริจาคโลหิตทั้งนี้กองทัพอากาศจะใช้ขีดความสามารถทั้งด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และพร้อมให้ความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน โดยมุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และปลอดภัยจากเชื้อไวรัส COVID-19

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

"กลุ่มไทยก้าวหน้า"จัดตั้งพรรคการเมือง พร้อมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค

สหคลินิก การแพทย์แผนไทย บิ๊กเฮิร์บ แอนด์แลบ ร่วมด้วยผู้ใหญ่ใจดี เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนบริจาคยาป้องกันไวรัสและเครื่องผลิตออกซิเจน ให้กับทัณฑสถานบำบัดกลางพิเศษ

#แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และผู้ศรัทธาในสายญาณพญานาค ร่วมพิธีบวงสรวงกับบริษัท มหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่นจำกัด ผู้ผลิตภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ นาคีทวิภพ อย่างล้นหลาม