ศึกขุมทรัพย์รางรถไฟ.. (รับ-ล้วง-ราง)

 “ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง”นี่คือภาพลักษณ์ ที่คนไทยรู้ดีว่า“การรถไฟไทยฯ”

ไปไม่ถึง ไหน?..ในด้านการพัฒนาองค์กรใหญ่ คน ในองค์กรไม่สามารถบริหารตนเองได้ต้องอาศัย “คนนอก”  มาบงการบริหารแทน เพราะ “นายส่งมา”  จะด้วยผลประโยชน์หรืออยากให้“คนรถไฟ”อยู่ดีกินดีมีกำไร ?ก็ไม่รู้..บริหารอย่างไรก็เจ๊งทุกที่ ผู้ว่าฯที่ มาแต่ละท่าน  “ประจานผลงาน”   ได้ดีมาก และอะไร? คือ สาเหตุที่ผู้ถืออำนาจ อยากมาแตะขุมทรัพย์ที่นี่..ฮะฮะฮ่า.!!!

  ที่ดิน,ไม้หมอน,สถานที่,เหล็กราง,ความหวังที่ หลายคนอยากเข้าไปขุด“ขุมทรัพย์”แห่งนี้ ด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย  มีนโยบายขายของ เก่าให้เช่าที่ดิน.ใครเข้าถึง“จิตผู้ว่าการรถไฟฯ”    มีสิทธิ์ก่อน...มันคือสัจธรรมของ “ธรรมเนียม” ที่เอื้ออำนวยพวกพ้อง แต่ก็ต้องทำเป็นพิธีแหกตาบางคน  จะได้ทำให้ “ส้มมันหล่น”ตรงหน้า.    แล้วใครเก็บล่ะ.!!ถ้าไม่ใช่พวกเรา..(อุ๊บ.อย่าบอก ใครเชียว?)...ฮะฮะฮ่า..! และแล้วความโปร่งใสก็ไม่โปร่งใส.เมื่อมีผู้รับผลประโยชน์ไม่ได้ดังที่หวัง  ทำให้ผู้ว่าฯ ต้องเป็นโรคลัก-กะ-ปิด-ลัก-กะ-เปิด เกิดอาการเกร็ง ต้องเซ็นเอกสารด่วน  “ปิดชั่วคราว” เพื่อเคลียร์ปัญหา ภายในแล้วประทับเซ็นย้อนศรอีกครั้ง..ช่างทำได้นะจ๊ะ.... เอิ๊กอ๊าก ก๊ากๆๆ..!!!

    แล้วไง? ซากเหล็กร้อนๆยังจับได้ ....โธ่ๆๆระวังมันจะ เป็น“แผลเป็น”น่ะครับ...ใครๆเขาจะเห็น..!!ต้อง“สุขุม” หน่อยน่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน?.  ยิ่งการรถไฟฯเฮี้ยนๆ อยู่ด้วย..?? ช่วยกันพัฒนาองค์การน่ะจ๊ะ  แล้วเปิดโอกาส ให้ทุกคนเข้าถึงผลประโยชน์  ที่ควรจะเป็น“ธุรกิจแห่งรัฐ” และ  การรถไฟฯจะได้เดินต่อไป ด้วยศักยภาพของการบริหารที่ดี ครับผม..!!

      ดังนั้น เมื่อนายส่ง “ท่านนิรุฒ มณีพันธ์” มาเป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะเชื่อว่าเป็นคนมีคุณภาพและจะรักษาผลประโยชน์ของชาติ   ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้ลงมาดู ขุมทรัพย์อันใหญ่โต เคลียร์ปัญหาค้างคาให้หมด โดยเฉพาะ ซากรางเหล็กรถไฟเก่าและหมอนไม้เก่า ที่ทางการรถไฟฯ  มองไม่มีค่าแล้ว นำออกไปจำหน่ายให้กับคนนอกให้หมด จะได้ลดพื้นที่ในการเก็บ ไม่เช่นนั้น “สนิมกินหมด”เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ควรจะทำ  อย่าปล่อยให้มันไร้ค่า แต่ก็ต้องกำหนดราคาตามเหล็กที่ขี้นลงแต่ละครั้ง ไม่ควรบล็อคราคา เดี๋ยวการรถไฟฯจะ เสียเปรียบ หรือว่ายอมให้เสียเปรียบมาตลอด..ฮะฮะฮ่า. .!! ส่วน “ท่านนิรุฒ มณีพันธ์” จะพิจารณาเองก็เชิญ ??และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าคิดในตอนนี้  คือการออกหนังสือของ  “ท่านนิรุฒ มณีพันธ์” ผู้ว่าการรถไฟฯเพื่อให้ยุติการดำเนินการจำหน่าย ให้ส่งมอบพัสดุที่ชำรุดเสียหายและเลิกใช้เป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 8 กันยายน 64 นั้น ผมรู้สึกว่า มันจะเปิดช่องว่างให้ผู้มีส่วนในเศษขยะเหล่านี้แอบมารับผลต่างอิ่มอยู่คนเดียว..เสียวแทนครับเจ้านาย ฮะฮ่า? 

  ดูปัญหาแล้ว อยากแนะนำให้“ท่านนิรุฒ มณีพันธ์” ดำเนินการปิดถาวรเลย จะได้ไม่โดนกล่าวหาว่าเอื้อผลประโยชน์แก่พวกพ้อง   เดี๋ยวจะโดนร้องโดยใช่เหตุครับ?เพราะการที่ท่านสั่งปิดชั่วคราว  และราคายังโดนบล็อคด้วยแล้ว มันมีส่วนต่างมหาศาลเลยน่ะ.ใครรับ? เงินส่วนต่างแค่ 20-50 สตางค์ ดูไม่ธรรมดากับเศษขยะ แต่ถ้ารวมทั้งหมดแล้ว ก็แค่ 15-16 ล้านบาทเอง ทำขายให้กับองค์กรต่างๆที่มีความประสงค์จะขอเข้ามามีส่วนในเค็กก้อนนี้ แต่“ท่านนิรุฒ” ควรให้ความเป็นธรรมหน่อยครับ  มองเห็นประโยชน์ขององค์กรรถไฟฯบ้างอย่างน้อยก็ช่วยสวัสดิการคนรถไฟได้มาก..จุ๊บจุ๊บ?

       ดังนั้น การที่ “ท่านนิรุฒ”  ได้ลงนามเซ็นหนังสือด่วนที่สุด ถึงรธด.(ประธานกรรมการ)ในการขอยุติการดำเนินการจำหน่ายชั่วคราวนั้น... ในทางปฏิบัติฯอยากจะให้ “ท่านนิรุฒ”มองภาพใหม่  เคลียร์ปัญหาให้ชัด  “สั่งปิดถาวร”  แล้วค่อยเปิดวิเคราะห์นอกประเด็นจะเห็นผลงาน ไม่โดนถูกแหกตาอีกต่อไป.ครับเจ้านาย..!?

                                           ทอมมี่ พสุวัชร์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

"กลุ่มไทยก้าวหน้า"จัดตั้งพรรคการเมือง พร้อมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค

สหคลินิก การแพทย์แผนไทย บิ๊กเฮิร์บ แอนด์แลบ ร่วมด้วยผู้ใหญ่ใจดี เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนบริจาคยาป้องกันไวรัสและเครื่องผลิตออกซิเจน ให้กับทัณฑสถานบำบัดกลางพิเศษ

#แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และผู้ศรัทธาในสายญาณพญานาค ร่วมพิธีบวงสรวงกับบริษัท มหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่นจำกัด ผู้ผลิตภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ นาคีทวิภพ อย่างล้นหลาม